로고

พระราชบัญญัติ เศรษฐกิจการเกษตร พ.ศ. ๒๕๖๒ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นปีที่ ๔ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยเศรษฐกิจการเกษตร จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอม ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำนองที่รัฐธรรมนูญ ตราขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติเศรษฐกิจการเกษตร พ.ศ.

๒๕๖๒”

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้

“เศรษฐกิจการเกษตร” หมายความว่า การวิเคราะห์ การพรรณนา และการจัดลำดับ ความสำคัญของปัญหาเศรษฐกิจในส่วนที่เกี่ยวกับการเกษตร และการดำเนินการแก้ไขปัญหา ดังกล่าว การพัฒนาเศรษฐกิจการเกษตร หมายความถึง การขยายตัวและเพิ่มผลผลิตทาง การเกษตรให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด การลดค่าใช้จ่าย การลดความสูญเสีย ทางการเกษตร โดยนำนโยบายและวิธีการที่เหมาะสม ตลอดจนกิจการที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร “แผนพัฒนาเศรษฐกิจการเกษตร” หมายความถึง แนวทางพัฒนาเศรษฐกิจการเกษตร เสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจการเกษตรของประเทศ เช่น ต้นทุนการเกษตร แหล่งน้ำ พืชป่าไม้ สัตว์ ที่เลี้ยง ประเภทของเขตเศรษฐกิจการเกษตร “นโยบายเศรษฐกิจการเกษตร” หมายความถึง แนวทางพัฒนาเศรษฐกิจการเกษตร และเป้าหมายตลอดจนระยะเวลาการดำเนินงานที่แน่นอน *ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๖/ตอนที่ ๑๐/ลงวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๒* ``` - 6 - สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา 4 ให้มีคณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ ประกอบด้วยรองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธานกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นรองประธานกรรมการ และปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ อธิบดีกรมการข้าว อธิบดีกรมปศุสัตว์ อธิบดีกรมประมง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน อธิบดีกรมวิชาการเกษตร อธิบดีกรมหม่อนไหม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และผู้แทนหน่วยงานอื่นที่ไม่สังกัดคณะรัฐมนตรีซึ่งแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนเกษตรกรและสหกรณ์รวมกันอีกสามคน ให้เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเป็นกรรมการและเลขานุการ

มาตรา 5 คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้

1

พิจารณากำหนดนโยบายการเกษตรและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล

2

พิจารณากำหนดเขตพัฒนาเศรษฐกิจ

3

ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรและการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์และรายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

4

เสนอแนะและให้ความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีในเรื่องนโยบายและมาตรการในการวางแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์

5

พิจารณาและเสนอความเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงและแก้ไขกฎหมายเศรษฐกิจการเกษตรรองรับประเทศต่อคณะรัฐมนตรี

6

พิจารณาเรื่องอื่นที่เกี่ยวกับการเกษตรหรือสหกรณ์ ตามที่ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรี ในการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวข้างต้น คณะกรรมการอาจมอบให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเป็นผู้ปฏิบัติการหรือเตรียมข้อเสนอคณะกรรมการเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไปได้

มาตรา 6 ให้กรรมการซึ่งมิได้เป็นกรรมการโดยตำแหน่งมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสามปี กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้

มาตรา 7 นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา 6 กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(ก) ตาย (ข) ลาออก ``` ``` - 3 -

เป็นบุคคลล้มละลาย

เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ

คณะรัฐมนตรีมีอำนาจ ในการตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ และจะระบุในคำสั่งตั้งผู้ซึ่งเป็น กรรมการแทนได้ และให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการแทนเข้ามาอยู่ในตำแหน่งกรรมการที่ว่างอยู่ ของกรรมการที่ตนแทน ในกรณีที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการมีตำแหน่งไม่ครบ แล้วมีอำนาจอยู่ในตำแหน่ง ให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการเพิ่มขึ้นเข้ามาอยู่ในตำแหน่งกรรมการที่ เหลืออยู่ของกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งไว้แล้ว

มาตรา ๘ ในการประชุมของคณะกรรมการ ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุม หรือไม่อยู่ในที่ประชุม ให้รองประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ในกรณีที่ประธานกรรมการ และรองประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อยู่ในที่ประชุม ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการ คนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของ จำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม การลงมติในที่ประชุม ให้ถือเสียงข้างมากเป็นประมาณ ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ ขาด

มาตรา ๙ ให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร มีหน้าที่ดังต่อไปนี้

จัดระเบียบโยบายการเกษตรและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์เพื่อเสนอ คณะกรรมการ

ศึกษาและวิเคราะห์ภาวะทางเศรษฐกิจการเกษตร แผนการเพาะปลูก และการเลี้ยงสัตว์ให้สอดคล้องกับสภาพดินฟ้าอากาศ แหล่งน้ำ ประเภทของเกษตรกรรม รายได้หลัก ของเกษตรกร และความต้องการของตลาดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เสนอคณะกรรมการเพื่อ ประกอบการจัดวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจการเกษตร

ศึกษาและวิเคราะห์การจัดระบบการตลาด การขนส่ง และการพัฒนาตลาด สินค้าเกษตรกรรมให้มีประสิทธิภาพ รวมทั้งวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของราคาสินค้าเกษตรกรรม

ศึกษาและวิเคราะห์การใช้ที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม การชลประทาน การป่าไม้ รวมทั้งศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบทางเศรษฐกิจการเกษตรจากการใช้ที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม

เก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุนการผลิตและผลตอบแทนทาง เศรษฐกิจจากการเกษตร รายได้รายจ่ายของเกษตรกร ภาวะการผลิต การตลาด การบริโภค และการส่งออกสินค้าเกษตรกรรม รวมทั้งจัดทำบัญชีรายได้ประชาชาติทางการเกษตร

ศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบทางเศรษฐกิจการเกษตร และจัดทำข้อเสนอแนะ นโยบายการเกษตรและแผนพัฒนาเศรษฐกิจการเกษตร และจัดทำข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการแก้ไข ปัญหาการหยุดชะงักและโอนข้อมูลสถิติการเกษตร ``` ``` - ๔ - สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

วิเคราะห์และประเมินผลการลงทุนในโครงการการเกษตร ตลอดจนติดตามและประเมินผลความสำเร็จและความคุ้มค่าของโครงการ และแผนปฏิบัติงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งเสนอแนะแนวทางในการแก้ไขปัญหาหรืออุปสรรคที่ต้องกระทำเป็นการเร่งด่วนต่อคณะกรรมการ

จัดระเบียบการทำงานเศรษฐกิจเกษตรอื่น ๆ รวมทั้งเศรษฐกิจการเกษตรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

จัดทำทะเบียนเกี่ยวกับการประกอบกิจการในด้านการเกษตรจัดประเภทชนิด หรือกลุ่ม ของแต่ละสาขา

ประสานงานในการกำหนดนโยบายการเกษตร และแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์กับหน่วยราชการต่าง ๆ และรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้องรวมทั้งประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

๑๐

ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการ หรือสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร

มาตรา ๑๐ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ คณะกรรมการมีอำนาจ

เรียกให้หน่วยงานและรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้องกับกิจการเกษตรและสหกรณ์เสนอแผนงานโครงการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งรายงานผลการดำเนินงานและสถิติเกษตรรายการต่าง ๆ ที่จำเป็นในการศึกษาเศรษฐกิจการเกษตร และการวางแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ในด้านการผลิต การตลาด การบริโภค การเงิน การคลัง และการลงทุน

เรียกให้หน่วยงานและรัฐวิสาหกิจตาม (๑) เสนอข้อเท็จจริงซึ่งจำเป็นเพื่อพิจารณาประเมินผลความสำเร็จ ความก้าวหน้า หรืออุปสรรคของโครงการและแผนต่าง ๆ

จัดให้มีการขึ้นทะเบียนเกษตรกรเกี่ยวกับการประกอบกิจการในด้านการเกษตร

มาตรา ๑๑ ให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการสถิติตามกฎหมายว่าด้วยการสถิติในเรื่องที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจการเกษตร และการพัฒนาการเกษตร

มาตรา ๑๒ ให้เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร มีหน้าที่บังคับบัญชาข้าราชการและลูกจ้างในสังกัดสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร

มาตรา ๑๓ คณะกรรมการอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณา หรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการมอบหมาย ให้มีมาตรา ๔ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

``` สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๑๕ ให้รัฐมนตรีอำนาจประกาศเขตเกษตรเศรษฐกิจตามมติของคณะกรรมการ ภายในเขตเกษตรเศรษฐกิจตามวรรคหนึ่ง รัฐมนตรีอาจกำหนดให้มีมาตรการเพื่อส่งเสริมการเกษตรและให้ความช่วยเหลือในด้านการพัฒนาการเกษตรที่รวบถึงการให้ความช่วยเหลือในด้านการประกันราคาหรือรายได้แก่เกษตรกร การลดต้นทุนการผลิตหรือชดเชยการเกษตรหรืออื่น ๆ เพื่อการยกระดับรายได้ของเกษตรกรให้สูงขึ้น

มาตรา ๑๖ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ส. โหตระกิตย์ รองนายกรัฐมนตรี สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้คือ เนื่องจากประชากรของประเทศส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางการเกษตร และสินค้าทางการเกษตรทั้งพืชผลและปศุสัตว์ ถือเป็นผลิตผลทางการเกษตร เศรษฐกิจของประเทศจึงขึ้นอยู่กับการเกษตรเป็นสำคัญ แต่เนื่องจากอัตราการเพิ่มของประชากรในประเทศมีอยู่ในระดับค่อนข้างสูงและทรัพยากรที่ใช้ในการผลิตทางการเกษตรมีอยู่จำกัด จำเป็นจะต้องวางแผนและแนะนำการผลิตให้ถูกต้องไว้ล่วงหน้า เพื่อให้การผลิตพืชผลทางการเกษตรและปศุสัตว์เป็นไปตามความต้องการของประเทศและตลาดโลก ส่วนราชการที่ดำเนินการวางแผนการผลิตอยู่ในขณะนี้ยังขาดอำนาจหน้าที่ที่จะดำเนินการให้บรรลุผลตลอดจนขาดประสานงานระหว่างส่วนราชการในลักษณะแผนงานที่เป็นระบบ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้น สิงหาคม ๒๕๔๕ คัดตัด/ปรับปรุง ๒๖ ธันวาคม ๒๕๔๕ พิพจน์/ตรวจ ๗ มกราคม ๒๕๔๖