로고

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๕๕๓ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. เป็นปีที่ ๖๕ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ให้ประกาศว่า กิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๓

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับ

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่

และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓"

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา

นุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓ ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการ

ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๓

มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้

* ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๗/ตอนที่ ๙๗ ก/หน้า ๑๔/๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๓ “คลื่นความถี่” หมายความว่า คลื่นวิทยุหรือคลื่นแฮร์ตซ์เสียงซึ่งเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความถี่ต่ำกว่าความถี่ด้านแสงและเชิงชัดสูงมากที่ถูกแพร่กระจายไปทั่วหรือโดยวิธีหาคลื่นหรือนำไปประดิษฐ์ขึ้น “โทรคมนาคม” หมายความว่า การส่ง การแพร่ หรือการรับเครื่องหมาย สัญญาณ ตัวหนังสือ ตัวเลข ภาพ เสียง รหัส หรือสิ่งใดที่สามารถให้เข้าใจความหมายได้โดยระบบคลื่นความถี่ ระบบสาย ระบบแสง ระบบแม่เหล็กไฟฟ้า หรือระบบอื่นใด “วิทยุกระจายเสียง” หมายความว่า การส่ง การแพร่ หรือการรับเครื่องหมาย สัญญาณ ตัวหนังสือ ตัวเลข ภาพ เสียง รหัส หรือสิ่งใดที่ส่งสามารถให้เข้าใจความหมายได้โดยระบบคลื่นความถี่ ระบบสาย ระบบแสง ระบบแม่เหล็กไฟฟ้า หรือระบบอื่นใดเพื่อให้บุคคลทั่วไปรับได้โดยตรง “วิทยุโทรทัศน์” หมายความว่า วิทยุกระจายเสียงที่แพร่ภาพและเสียงเพื่อให้บุคคลทั่วไปรับได้โดยตรง “กิจการกระจายเสียง” หมายความว่า กิจการวิทยุกระจายเสียงและกิจการกระจายเสียง ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณการสื่อสารหรือการกระจายเสียงไปยังผู้รับหรือผู้ฟัง ให้บริการนั้น ๆ ได้ ไม่ว่าจะส่งโดยผ่านระบบคลื่นความถี่ ระบบสาย ระบบแสง ระบบแม่เหล็กไฟฟ้า หรือระบบอื่นใด ระบบใดระบบหนึ่ง หรือหลายระบบรวมกัน หรือกิจการที่เกี่ยวข้องกับการส่งสัญญาณการกระจายเสียงและกิจการกระจายเสียงที่ กสทช. กำหนดให้เป็นกิจการกระจายเสียง “กิจการโทรทัศน์” หมายความว่า กิจการวิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรทัศน์ซึ่งให้บริการส่งสัญญาณการสื่อสารหรือการกระจายเสียงไปยังผู้รับหรือผู้ฟัง ให้บริการนั้น ๆ ได้ ไม่ว่าจะส่งโดยผ่านระบบคลื่นความถี่ ระบบสาย ระบบแสง ระบบแม่เหล็กไฟฟ้า หรือระบบอื่นใด ระบบใดระบบหนึ่ง หรือหลายระบบรวมกัน หรือกิจการที่เกี่ยวข้องกับการส่งสัญญาณการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ที่ กสทช. กำหนดให้เป็นกิจการโทรทัศน์ “กิจการวิทยุคมนาคม” หมายความว่า กิจการซึ่งเป็นการรับและส่งเครื่องหมาย สัญญาณ ตัวหนังสือ ตัวเลข ภาพ เสียง รหัส หรือสิ่งใด ส่งสามารถให้เข้าใจความหมายได้โดยระบบคลื่นความถี่ เพื่อความมุ่งหมายทางโทรคมนาคมไม่ว่ากิจการใดกิจการหนึ่งโดยเฉพาะหรือเป็นกิจการโทรคมนาคมหรือกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ “กิจการโทรคมนาคม” หมายความว่า กิจการซึ่งให้บริการการส่ง การแพร่ หรือการรับเครื่องหมาย สัญญาณ ตัวหนังสือ ตัวเลข ภาพ เสียง รหัส หรือสิ่งใด ส่งสามารถให้เข้าใจความหมายได้โดยระบบคลื่นความถี่ ระบบสาย ระบบแสง ระบบแม่เหล็กไฟฟ้า หรือระบบอื่นใด ระบบใดระบบหนึ่ง หรือหลายระบบรวมกัน หรือกิจการที่เกี่ยวข้องกับการส่งสัญญาณการกระจายเสียงและกิจการโทรคมนาคม “สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ” หมายความว่า สำนักงาน กสทช. ``` - ๓ - สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา “แผนความถี่วิทยุ” หมายความว่า การกำหนดช่องความถี่วิทยุสำหรับกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการวิทยุโทรทัศน์ กิจการวิทยุคมนาคม และกิจการโทรคมนาคม เพื่อใช้งานภายในประเทศที่ กสทช. กำหนด “จัดสรรคลื่นความถี่” หมายความว่า การอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่วิทยุกระจายเสียง สถานีวิทยุโทรทัศน์ หรือสถานีวิทยุคมนาคม ใช้งานคลื่นความถี่หรือช่องความถี่วิทยุตามการกำหนดแผนความถี่วิทยุและแผนการจัดสรรคลื่นความถี่ที่ กสทช. กำหนด “สิทธิในการเข้าใช้โครงข่ายโทรคมนาคม” หมายความว่า สิทธิที่รัฐไทยหรือหน่วยงานของรัฐได้รับหรือมีอยู่ในการจัดสรรคลื่นความถี่เข้าสู่โครงข่ายโทรคมนาคมของประเทศ “ชุมชน” หมายความว่า กลุ่มประชาชนที่มีพื้นที่ติดต่อในแหล่งเดียวกันไม่ว่าจะในเมือง หรือในชนบท และให้หมายความรวมถึงกลุ่มประชาชนที่มีความสนใจร่วมกันและอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน หรือสื่อสารถึงกันได้ โดยมีผลประโยชน์ด้านสังคมและวัฒนธรรมเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน ทำกิจกรรมช่วยเหลือซึ่งกันและกันร่วมกัน มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง มีการจัดการและการแสดงเจตนาแบบกลุ่มบุคคล “กองทุน” หมายความว่า กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ “กรรมการ” หมายความว่า ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ แต่ไม่รวมถึงผู้ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่กรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างลง

มาตรา ๔ ให้บรรดารัฐมนตรียุติการตามพระราชบัญญัตินี้

หมวด ๓

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

ส่วนที่ ๑

องค์ประกอบ คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการ

มาตรา ๒ ให้มีคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรียกโดยย่อว่า “กสทช.” ทำหน้าที่กำกับดูแลกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมของประเทศ

“มาตรา ๒ นิยามคำว่า สิทธิในการเข้าใช้โครงข่ายโทรคมนาคม” ให้มีพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับดูแลกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๐ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับดูแลกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ``` โทรทัศน์ ด้านกิจการโทรคมนาคม ด้านวิศวกรรม ด้านกฎหมาย ด้านเศรษฐศาสตร์ และด้านการคุ้มครองผู้บริโภคหรือส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ด้านละหนึ่งคน ทั้งนี้ ที่จะยังประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. ให้เลขาธิการ กสทช. เป็นเลขานุการ กสทช.

มาตรา ๙ กรรมการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ ก. คุณสมบัติทั่วไป (๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด และ (๒) มีอายุไม่เกินเจ็ดสิบปี แต่ไม่น้อยกว่าสี่สิบปี ข. ลักษณะต้องห้าม (๑) เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (๒) เป็นผู้ดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมือง (๓) เป็นผู้เคยถูกสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ (๔) เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต (๕) เป็นผู้เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (๖) เคยต้องคำพิพากษาของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ (๗) เป็นบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน หรือกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (๘) เคยถูกสั่งลงโทษให้ออกจากตำแหน่ง (๙) เป็นหรือเคยเป็นกรรมการ ผู้จัดการ ผู้บริหาร พนักงาน ผู้ถือหุ้น หรือหุ้นส่วนในบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนที่ประกอบกิจการโทรทัศน์ หรือกิจการโทรคมนาคม ในระยะเวลาหนึ่งปีก่อนวันที่ได้รับการคัดเลือกตามมาตรา ๔๕ (๑๐) อยู่ในระหว่างการดำเนินคดีหรือการสอบสวนของหน่วยงานของรัฐหรือรัฐสภา หรือความผิดที่เกี่ยวกับการทุจริตต่อหน้าที่ หรือประพฤติมิชอบอย่างร้ายแรง หรือ (๑๑) เป็นผู้เคยต้องคำพิพากษาให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ

มาตรา ๑๐ กรรมการต้อง

(ก)

ไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ

(ข)

ไม่เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจหรือราชการส่วนท้องถิ่นและไม่เป็นกรรมการหรือที่ปรึกษาของรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานของรัฐ

(ค)

ไม่ประกอบอาชีพหรือวิชาชีพอิสระอื่นใดที่ส่วนได้เสียหรือผลประโยชน์ ขัดแย้งไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมกับการปฏิบัติหน้าที่ในคณะกรรมการ

ส่วนที่ ๒

การได้มาซึ่งรายชื่อผู้สมควรได้รับเลือกเป็นกรรมการ โดยวิธีการคัดเลือกกันเอง _________________________

มาตรา ๙* (ยกเลิก)

มาตรา ๑๐* (ยกเลิก)

มาตรา ๑๑* (ยกเลิก)

มาตรา ๑๒* (ยกเลิก)

มาตรา ๑๓* (ยกเลิก)

ส่วนที่ ๓

การได้มาซึ่งรายชื่อผู้สมควรได้รับเลือกเป็นกรรมการ โดยวิธีการสรรหา _________________________ “ ส่วนที่ ๒ การได้มาซึ่งรายชื่อผู้สมควรได้รับเลือกเป็นกรรมการโดยวิธีการคัดเลือกกันเอง มาตรา ๙ ถึง มาตรา ๑๓ ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ และคำบรรยายของกิจกรรม วิทยุพระคุณเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (พ.ศ. ๒๕๖๐)

มาตรา ๑๔ การได้มาซึ่งรายชื่อผู้สมควรได้รับเลือกเป็นกรรมการโดยวิธีการสรรหา ให้กระทำโดยคณะกรรมการสรรหาซึ่งประกอบด้วย

(๑)

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ จำนวนสามคน

(๒)

ผู้แทนองค์กรวิชาชีพด้านสุขภาพ จำนวนสามคน

(๓)

ผู้แทนองค์กรวิชาชีพด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ จำนวนสามคน

(๔)

ผู้แทนองค์กรวิชาชีพด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ จำนวนสามคน

มาตรา ๑๕ การได้มาซึ่งรายชื่อผู้สมควรได้รับเลือกเป็นกรรมการโดยวิธีการสรรหา ให้กระทำโดยคณะกรรมการสรรหาซึ่งประกอบด้วย

(๑)

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ จำนวนสามคน

(๒)

ผู้แทนองค์กรวิชาชีพด้านสุขภาพ จำนวนสามคน

(๓)

ผู้แทนองค์กรวิชาชีพด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ จำนวนสามคน

(๔)

ผู้แทนองค์กรวิชาชีพด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ จำนวนสามคน ```

มาตรา ๑๔/๕ เมื่อมีเหตุที่จะต้องมีการเลือกและแต่งตั้งกรรมการ ให้คณะกรรมการสรรหา

กรรมการคณะหนึ่ง ทำหน้าที่คัดเลือกผู้สมควรได้รับเลือกเป็นกรรมการ ประกอบด้วย

(๑)

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญซึ่งได้รับคัดเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาล รัฐธรรมนูญ จำนวนหนึ่งคน

(๒)

ผู้พิพากษาในศาลฎีกาซึ่งที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาไม่อาจให้ผู้พิพากษาศาลฎีกาซึ่งพ้นจาก ตำแหน่งโดยพ้นจากตำแหน่งไม่เกินกว่าห้าปีจากผู้พิพากษาศาลฎีกา จำนวนหนึ่งคน

(๓)

ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดซึ่งได้รับคัดเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาล ปกครองสูงสุด จำนวนหนึ่งคน

(๔)

กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติซึ่งได้รับคัดเลือกโดยที่ประชุม คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จำนวนหนึ่งคน

(๕)

กรรมการตรวจเงินแผ่นดินซึ่งได้รับคัดเลือกโดยที่ประชุมคณะกรรมการตรวจเงิน แผ่นดิน จำนวนหนึ่งคน

(๖)

ผู้ตรวจการแผ่นดินซึ่งได้รับคัดเลือกโดยที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดิน จำนวนหนึ่งคน

(๗)

ผู้แทนกรรมการแพทย์ประเทศไทย ให้คณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการหนึ่งเลือกกรรมการสรรหาหนึ่งเป็นประธาน กรรมการสรรหา ประธานและกรรมการสรรหาไม่มีสิทธิเข้ารับการสรรหา ในกรณีที่มีเหตุให้กรรมการสรรหาคณะหนึ่งไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือมีเหตุไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ถ้ากรรมการสรรหาคณะนั้นมีจำนวนไม่ถึงกว่ากึ่งหนึ่ง ให้คณะกรรมการสรรหาในคณะอื่นคัดเลือกข้อ กรรมการสรรหาเพิ่มเติม ให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาทำหน้าที่เป็นหน่วยธุรการในการดำเนินการสรรหา และคัดเลือกกรรมการ

มาตรา ๑๔/๖ ก่อนดำเนินการประกาศรับสมัครตามมาตรา ๑๔ ให้

คณะกรรมการสรรหาทำการคัดเลือกและสอบถามผู้ ความเหมาะสมของ ประสบการณ์ และผลงานของแต่ละ ด้านที่ยังขาดประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. แล้วประกาศให้ทราบทั่วไป

มาตรา ๑๔/๗ ผู้มีสิทธิเข้ารับการสรรหาเพื่อเป็นกรรมการต้องมีลักษณะ

อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ ```

(๑)

เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการพลเรือน พนักงานในหน่วยงานอื่นของรัฐหรือ รัฐวิสาหกิจ ที่มีตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองหัวหน้าส่วนราชการตั้งแต่ระดับกรมขึ้นไป หรือรองหัวหน้า หน่วยงานอื่นของรัฐที่เป็นนิติบุคคลหรือรัฐวิสาหกิจ หรือ

(๒)

เป็นหรือเคยเป็นนายทหารหรือนายตำรวจที่มีสัญญาบัตร และมีตำแหน่งไม่ต่ำกว่า นายทหาร หรือนายตำรวจสัญญาบัตร อัตราเงินเดือนขั้นพิเศษ นายพลเอกพิเศษ นายพลทหารพิเศษ หรือพันตำรวจเอกพิเศษขึ้นไป หรือ

(๓)

ดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์ขึ้นไป หรือ

(๔)

เป็นหรือเคยเป็นผู้บริหารระดับสูงในหน่วยงานเอกชนที่มีชื่อเสียงหรือมีประสบการณ์ ในการบริหารจัดการในองค์กรขนาดใหญ่จนถูกยอมรับในวงกว้าง หรือ

(๕)

มีประสบการณ์การทำงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภคหรือส่งเสริมสิทธิและ เสรีภาพของประชาชนอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องมาแล้วไม่น้อยกว่าสิบปี หรือ

(๖)

มีประสบการณ์ด้านการบริหารกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ หรือกิจการ โทรคมนาคมอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องมาแล้วไม่น้อยกว่าสิบปี

มาตรา ๔๔ ในการดำเนินการคัดเลือกกรรมการ ให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ประกาศการเปิดรับสมัครบุคคลผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา ๔๒ ให้ทราบเป็นการทั่วไปผ่านทาง วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์

เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการสมัครแล้ว ให้คณะกรรมการสรรหาพิจารณาคัดเลือก บุคคลผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา ๔๒ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๔๓ เพื่อเสนอชื่อ ต่อวุฒิสภาให้ความเห็นชอบ โดยให้คณะกรรมการสรรหาคัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ตามลำดับคะแนนสูงสุดเรียงตามลำดับไปจนถึงจำนวนที่กำหนดไว้ในมาตรา ๔๕ หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการสรรหากำหนด โดยแต่ละ ด้านให้ผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดเรียงตามลำดับเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก ในกรณีที่มีการฟ้องคดีเกี่ยวกับการสรรหากรรมการต่อศาลปกครอง การฟ้องคดี ดังกล่าวไม่เป็นเหตุให้ระงับกระบวนการดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการสรรหาที่ได้ดำเนินการไปแล้ว เว้นแต่ศาลปกครองจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น หากศาลปกครองมีคำพิพากษา หรือคำสั่งใด ๆ อันเป็นเหตุให้บุคคลที่ได้รับการคัดเลือกตามคุณสมบัติหรือเงื่อนไขดังกล่าว หรือ ได้รับการคัดเลือกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีเช่นว่านั้น ไม่มีผลกระทบต่อกิจการที่บุคคลนั้นได้กระทำ ในช่วงเวลาที่ดำรงตำแหน่งดังกล่าว

ส่วนที่ ๔

การเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

มาตรา ๔๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับดูแล กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐

ส่วนที่ ๔ การเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ มาตรา ๔๕ ให้แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับดูแลกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐

มาตรา ๑๕/๑๖ เมื่อได้รับรายชื่อผู้สมัครซึ่งได้รับเลือกเป็นกรรมการการสรรหาตามความในมาตรา ๑๕ แล้ว ให้เลขาธิการวุฒิสภาดำเนินการจัดทำรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกนั้น และเสนอบัญชีรายชื่อพร้อมประวัติและเอกสารหลักฐานของบุคคลดังกล่าว ซึ่งต้องระบุในบัญชีรายชื่อหรือหลักฐานแสดงให้เห็นว่าเป็นบุคคลที่มีความเหมาะสมตามมาตรา ๖ ต่อประธานวุฒิสภาในสามสิบวันนับแต่วันที่คัดเลือกเสร็จตามมาตรา ๑๕ เพื่อเสนอให้วุฒิสภาพิจารณาและมีมติเลือกต่อไป

ในกรณีที่คณะกรรมการสรรหาไม่อาจสรรหาผู้สมัครซึ่งได้รับเลือกเป็นกรรมการตามความในมาตรา ๑๕ ให้แล้วเสร็จได้ภายในกำหนดเวลาตามมาตรา ๑๕ ให้แจ้งต่อประธานวุฒิสภาเพื่อดำเนินการให้มีการเลือกตั้งเป็นกรรมการที่คณะกรรมการสรรหาดำเนินการสรรหาไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา พร้อมประวัติและเอกสารหลักฐานของบุคคลดังกล่าวและส่งให้เห็นว่าเป็นบุคคลที่มีความเหมาะสมตามมาตรา ๖ เสนอประธานวุฒิสภาในสามสิบวันนับแต่วันที่คัดเลือกเสร็จตามมาตรา ๑๕ เพื่อเสนอให้วุฒิสภาพิจารณาและมีมติเลือกต่อไป

มาตรา ๑๕/๑๗ ให้วุฒิสภามีมติเลือกบุคคลจากบัญชีรายชื่อที่เสนอโดยกรรมการสรรหาตามมาตรา ๖ โดยแสดงตนให้ผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดเรียงตามลำดับเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก ซึ่งจะต้องกระทำในที่ประชุมวุฒิสภา และในกรณีที่มีคะแนนเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด การประชุมวุฒิสภาเพื่อพิจารณาให้มีมติเลือกดังกล่าวต้องมีประธานวุฒิสภาเป็นประธานกรรมการ และต้องมีสมาชิกวุฒิสภามาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของวุฒิสภา และให้การประชุมดังกล่าวต้องแล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับรายชื่อจากกรรมการสรรหา เพื่อบรรจุเป็นระเบียบวาระการประชุมในวันถัดไป

เมื่อสิ้นสุดกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ถ้ายังมีผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการไม่ครบตามจำนวนที่กำหนดในมาตรา ๖ ให้ประธานวุฒิสภาแจ้งให้คณะกรรมการสรรหาดำเนินการสรรหาเพิ่มเติมตามมาตรา ๑๕ วรรคสอง ตามจำนวนที่ไม่ครบ โดยต้องจัดดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่คณะกรรมการสรรหาได้รับแจ้ง ในกรณีที่ผู้สมัครไม่มีคุณสมบัติเลือกบุคคลเป็นกรรมการไม่ครบจำนวนวรรคสองแต่มีจำนวนผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการไม่พอเท่าที่กำหนด ให้ประธานวุฒิสภาแจ้งให้ผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการแจ้งให้นายกรัฐมนตรีทราบ และให้นายกรัฐมนตรีแจ้งให้ผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการดังกล่าวทราบเพื่อดำเนินการตามมาตรา ๖ แต่ผู้สมัครดังกล่าวต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๖ และให้กรรมการดังกล่าวดำเนินการตามมาตรา ๖ และให้กรรมการที่ได้รับเลือกเป็นกรรมการตามมาตรา ๖ ต้องดำเนินการตามมาตรา ๖ และให้กรรมการที่ได้รับเลือกเป็นกรรมการตามมาตรา ๖ ต้องดำเนินการตามมาตรา ๖

มาตรา ๑๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐

มาตรา ๑๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐

ในมาตรา ๖ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับบัญชีรายชื่อดังกล่าว และให้นำรายชื่อตามบัญชีที่ได้รับเลือกเป็นกรรมการร่างรัฐธรรมนูญรวมกับรายชื่อกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเพื่อคัดเลือกผู้สมควรดำรงตำแหน่งประธานกรรมการให้แล้วเสร็จภายในสิบวันนับแต่วันสุดท้ายดังกล่าวแล้วแจ้งผลการคัดเลือกกรรมการที่ได้รับเลือกและผู้ได้รับคัดเลือกเป็นประธานกรรมการให้นายกรัฐมนตรีทราบ เพื่อดำเนินการนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งต่อไป ในกรณีที่มีเหตุให้ไม่สามารถดำเนินการได้ตามกำหนดเวลาดังกล่าว ให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว วันที่ผู้คัดเลือกจะดำเนินการเลือกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญให้แจ้งต่อสาธารณชนทราบ

มาตรา ๑๙ ในกรณีที่บุคคลซึ่งจะได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา ๙ มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๘ (๑) (๒) หรือ (๓) นายกรัฐมนตรีจะนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ผู้นั้นพ้นจากการเป็นบุคคลตามมาตรา ๘ (๑) หรือ (๒) หรือแสดงหลักฐานให้เห็นชัดเจนว่าไม่ได้เคยประกอบอาชีพหรือวิชาชีพตามมาตรา ๘ (๓) แล้ว ซึ่งต้องกระทำภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีการเสนอชื่อแต่งตั้งต่อคณะกรรมการ หรือในกรณีที่มีเหตุหรือข้อขัดข้องภายในเวลาที่กำหนด ให้ผู้นั้นยังไม่ได้รับเลือกเป็นกรรมการ และให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญดำเนินการคัดเลือกกรรมการดังกล่าวตามมาตรา ๙ ต่อ เพื่อเสนอชื่อต่อสภาให้ความเห็นชอบ

ส่วนที่ ๕

การระดมดำเนินและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการ

มาตรา ๑๙ กรรมการที่มีราชการดำรงตำแหน่งมากับรับแต่งตั้งที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งและให้การดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว

ให้กรรมการมีสิทธิพ้นจากตำแหน่งตามวาระ อยู่ในตำแหน่งเพียงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งกรรมการขึ้นใหม่ ก่อนครบกำหนดตามวาระเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยห้าสิบวัน ให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาดำเนินการเตรียมเรื่องเสนอแต่งตั้งกรรมการขึ้นใหม่ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

มาตรา ๒๐ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑)

ตาย

(๒)

มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ามีความผิด

(๓)

ลาออก

(๔)

ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๗

มาตรา ๒๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวเกี่ยวกับการประกอบกิจการวิทยุ โทรทัศน์ และโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐

มาตรา ๒๒ สรรหา แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวเกี่ยวกับการประกอบกิจการวิทยุ โทรทัศน์ และโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐

(๕)

กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๔

(๒๑)

(ยกเลิก)

(๒๒)

(ยกเลิก)

(๒๓)

(ยกเลิก) การพ้นจากตำแหน่งกรรมการตาม (๑) (๒) หรือ (๓) ให้มีความการบังคับตามลูปเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งกรรมการใหม่ (๔) หรือ (๕) ให้มีความการบังคับตามลูปเพื่อพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้พ้นจากตำแหน่ง พระบรมราชโองการที่ทรงอนุญาตให้พ้นจากตำแหน่งดังกล่าวให้มีผลตั้งแต่วันที่ทรงลงพระปรมาภิไธยในพระบรมราชโองการนั้น เว้นแต่ในกรณีที่พระบรมราชโองการดังกล่าวกำหนดวันที่ให้มีผลไว้เป็นการเฉพาะแล้ว ให้มีผลตั้งแต่วันที่กำหนดไว้ในพระบรมราชโองการนั้น เมื่อมีกรณีตามวรรคหนึ่ง ให้กรรมการที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ และในกรณีที่มีกรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งตนแทน และในกรณีที่วาระที่เหลืออยู่ไม่ถึงสามปีให้ผู้ที่มีสิทธิได้รับการแต่งตั้งอีกวาระหนึ่งได้ ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือรองประธานกรรมการพ้นจากตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง ให้ กสทช. ประชุมเพื่อเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการหรือรองประธานกรรมการ แล้วแจ้งให้นายกรัฐมนตรีทราบ และให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นประธานกรรมการหรือรองประธานกรรมการ แล้วแต่กรณี วุฒิสภาการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการนั้นบังคับได้ทุกตำแหน่ง และให้ดำเนินการเลือกกรรมการใหม่เริ่มต้นกระบวนการตั้งแต่การสรรหาและการคัดเลือกตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๖ และให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวัน

มาตรา ๒๕ (ยกเลิก)

มาตรา ๒๖ (ยกเลิก)

มาตรา ๒๗ (๑) ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติองค์การจัดสรรคลื่นความถี่และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒

มาตรา ๒๗ (๒) ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติองค์การจัดสรรคลื่นความถี่และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒

มาตรา ๒๗ (๓) ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติองค์การจัดสรรคลื่นความถี่และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒

มาตรา ๒๗ (๔) ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติองค์การจัดสรรคลื่นความถี่และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒

มาตรา ๒๗ (๕) ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติองค์การจัดสรรคลื่นความถี่และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒

มาตรา ๒๗ (๖) ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติองค์การจัดสรรคลื่นความถี่และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒

มาตรา ๒๗ (๗) ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติองค์การจัดสรรคลื่นความถี่และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒

มาตรา ๒๒/๑๖ ห้ามมิให้ผู้ซึ่งพ้นจากตำแหน่งกรรมการเป็นผู้ถือหุ้น หุ้นส่วน หรือดำรงตำแหน่งในบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนหรือเป็นบุคคลซึ่งเป็น บรรดาที่ประกอบธุรกิจด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ หรือกิจการโทรคมนาคม เว้นแต่จะได้พ้นจากตำแหน่งมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี

ส่วนที่ ๖

การประชุมและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ

มาตรา ๒๓ การประชุม การลงมติ และการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. ให้เป็นไปตามระเบียบที่ กสทช. กำหนด

ในการประชุม ถ้ากรรมการคนหนึ่งคนใดมีส่วนที่กรรมการผู้นั้นไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมประชุม ในการปฏิบัติหน้าที่ที่ กสทช. อาจมอบหมายให้กรรมการคนหนึ่งหรือคณะปฏิบัติหน้าที่แทน กสทช. ได้ แต่ กสทช. จะปฏิเสธความรับผิดเพราะเหตุที่ผู้ใดปฏิบัติแทนให้กรรมการไปทำแทนแล้วไม่ได้

มาตรา ๒๔ การปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช., กสท., และ กทค. ในเรื่องใดที่เกี่ยวข้องหรือมีผลกระทบต่อประชาชนสาธารณะ ต้องทำโดยเปิดเผยต่อที่ประชุม และต้องเปิดเผยการพิจารณาเรื่องดังกล่าวต่อสาธารณะด้วย

ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของราชการที่เกี่ยวข้องได้โดยเปิดเผยได้ กสทช. อาจมีมติให้เปิดเผยข้อมูลเฉพาะในส่วนอื่นได้ การเปิดเผยรายงานการประชุมพร้อมทั้งผลการพิจารณาตามวรรคหนึ่ง ต้องดำเนินการภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่าสิบวันนับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการมีมติในเรื่องนั้นๆ เว้นแต่มีเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องขยายเวลาให้ชัดเจน

มาตรา ๒๕ ให้กรรมการเป็นผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา ๒๖ ให้ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการปฏิบัติหน้าที่นี้ต่อไป

ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการ ได้รับค่าตอบแทนตามที่จ่ายเป็นรายเดือนตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา

มาตรา ๒๖/๑ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐

ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการ อาจได้รับค่าใช้จ่ายอื่นเกี่ยวกับการเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ต่างห้องที่ได้แต่งตั้งเกินกว่าที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา

มาตรา 27 ให้ กสทช. มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(ก)

จัดทำแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ การกำหนดแผนคลื่นความถี่ การจัดทำแผนแม่บทกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม แผนความถี่วิทยุ แผนการบริหารสิทธิในการใช้ช่องโครงข่าย แผนแม่บทการขายโครงข่าย และดำเนินการให้เป็นไปตามแผนดังกล่าว แต่แผนดังกล่าวต้องสอดคล้องกับนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

(ข)

กำหนดการจัดสรรคลื่นความถี่หรือทรัพยากรอื่นที่ใช้ในกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการวิทยุคมนาคม และกิจการโทรคมนาคม

(ค)

กำหนดลักษณะและประเภทของกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม

(ง)

พิจารณาอนุญาตและกำกับดูแลการใช้คลื่นความถี่และเครื่องวิทยุคมนาคมในการประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม หรือในกิจการวิทยุคมนาคม และกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการอนุญาต เงื่อนไข หรือค่าธรรมเนียมการอนุญาตดังกล่าว รวมทั้งกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการใช้คลื่นความถี่และเครื่องวิทยุคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะหรือเพื่อความมั่นคงของรัฐตามที่เห็นสมควรตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎหมาย กสทช.

(จ)

กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการใช้งานต่อ และหลักเกณฑ์และวิธีการในการกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการใช้งานต่อ

(ฉ)

พิจารณาอนุญาตและกำกับดูแลการประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้รับบริการที่มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ รวดเร็ว ถูกต้อง และเป็นธรรมและกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการอนุญาต เงื่อนไข หรือค่าธรรมเนียมการอนุญาตดังกล่าว

(ช)

พิจารณาอนุญาตและกำกับดูแลการใช้เลขหมายโทรคมนาคม และกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการอนุญาต เงื่อนไข หรือค่าธรรมเนียมการอนุญาตดังกล่าว

(ซ)

กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการเชื่อมต่อ และหลักเกณฑ์และวิธีการในการกำหนดอัตราค่าบริการเชื่อมต่อโครงข่ายในการประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ทั้งในการประกอบกิจการแต่เพียงลำพังหรือการดำเนินกิจการร่วมกันในประเทศ ให้เป็นธรรมต่อผู้ใช้บริการ ผู้ให้บริการผู้ลงทุน หรือทรัพย์สินผู้ให้บริการโทรคมนาคม โดยคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ ```

(๔)

กำหนดโครงสร้างอัตราค่าธรรมเนียมและโครงสร้างอัตราค่าบริการในการให้บริการขยายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ให้เป็นธรรมต่อผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการโดยคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ

(๕)

กำหนดมาตรฐานและลักษณะพื้นฐานของสัญญาทางเทคนิคในการประกอบกิจการขยายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคม และในกิจการวิทยุคมนาคม

(๖)

กำหนดมาตรการเพื่อป้องกันมิให้ผู้รับใบอนุญาตกระทำการอันเป็นการผูกขาด ลด หรือจำกัดการแข่งขันอันเป็นการไม่เป็นธรรมในการดำเนินกิจการขยายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม

(๗)

กำหนดมาตรการให้มีการรายงานเกี่ยวกับการดำเนินกิจการของผู้รับใบอนุญาตเทียบกับตามมาตรา ๔๐

(๘)

เร่งคืนคลื่นความถี่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ หรือใช้ประโยชน์ไม่คุ้มค่า หรือนำมาใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่ายิ่งขึ้น ตามที่กำหนดไว้ในแผนแม่บทซึ่งจัดทำขึ้นตาม (๔) จากผู้ที่ได้รับอนุญาตเพื่อมาจัดสรรใหม่ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ กสทช. กำหนด โดยมิให้ส่งไปดำเนินกิจการตามวิธีการทดแทน ชดใช้ หรือจ่ายค่าตอบแทนสำหรับผู้ที่ถูกคืนคลื่นความถี่ โดยให้คำนึงถึงสิทธิของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการถูกคืนคลื่นความถี่แต่ละกรณีด้วย

(๙)

คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารและการเข้าถึงกิจการและคุ้มครองสิทธิในความเป็นส่วนตัวและเสรีภาพของบุคคลในการสื่อสารถึงกันโดยทางใด ๆ และป้องกันมิให้มีการกระทำอันเป็นการรบกวนหรือแทรกแซงการใช้เสรีภาพของบุคคลและการใช้ประโยชน์จากคลื่นความถี่ในกิจการขยายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม

(๑๐)

ดำเนินการในฐานะตัวแทนของประเทศไทยในกิจการโทรคมนาคมระหว่างประเทศ รวมทั้งเป็นผู้แทนของรัฐไทยในองค์การโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือองค์กรอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับกิจการโทรคมนาคมระหว่างประเทศ รวมทั้งสนับสนุนการดำเนินการของรัฐเพื่อให้มีความเชื่อมโยงถึงกันในกิจการโทรคมนาคมระหว่างประเทศและประสานงานเกี่ยวกับการบริหารคลื่นความถี่ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามแผนแม่บทซึ่งจัดทำตาม (๔) และนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

(๑๑)

ดำเนินการให้มีความต่อเนื่องและรักษาไว้ซึ่งสิทธิในการเข้าใช้โครงข่ายอื่นเป็นการชั่วคราว และดำเนินการให้มีการใช้สิทธิผูกขาดแต่เพียงผู้เดียวในรัฐวิสาหกิจที่รัฐเป็นเจ้าของ ในกรณีที่การกระทำดังกล่าวก่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดในประเทศ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ กสทช. กำหนด อาจเสนอสิทธิจำกัดได้ตามที่กำหนดในแผนแม่บทบริหารคลื่นความถี่และแผนแม่บทกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม โดยคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะและประโยชน์ของรัฐเป็นสำคัญ รายงานคณะรัฐมนตรีหรือรัฐสภาในกรณีเหตุผลโดยละเอียดในประเทศหรือนานาชาติ ในการดำเนินการให้มีการใช้สิทธิในการเข้าใช้โครงข่ายดังกล่าว ให้ กสทช. มีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอนุญาตหรือการเปลี่ยนแปลงการอนุญาตระหว่างผู้รับใบอนุญาตต่าง ๆ

มาตรา ๒๑ (๑๑/๑) เพิ่มเติมกระบวนบัญญัติอัตราค่าธรรมเนียมการจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับกิจการกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐

มาตรา ๒๑ (๑๑/๒) เพิ่มเติมกระบวนบัญญัติอัตราค่าธรรมเนียมการจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับกิจการกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๐

มาตรา ๒๑ (๑๑/๓) เพิ่มเติมกระบวนบัญญัติอัตราค่าธรรมเนียมการจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับกิจการกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๖๐

``` ในกรณีดำเนินการที่เกี่ยวข้องที่ผู้ขอรับอนุญาตหรือผู้รับอนุญาต แล้วแต่กรณี จะต้องรับภาระโดยค่าธรรมเนียมการอนุญาตดังกล่าวเมื่อทำคำให้ชำระในการอนุญาตแล้วเสร็จให้ดำเนินการส่งเป็นรายได้แผ่นดิน

(๑๔)

(๑) พิจารณาอนุญาตและกำกับดูแลการประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ตามพระราชบัญญัตินี้ โดยใช้หลักสัญญาณตามหลักกฎหมายทั่วไป และกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการอนุญาต เงื่อนไข และค่าธรรมเนียมการอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้

(๑๔)

(๒) พิจารณาและแก้ไขปัญหาการได้คลื่นความถี่สำหรับกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ตามพระราชบัญญัตินี้

(๑๔)

(๓) ติดตามตรวจสอบและให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม

(๑๔)

(๔) กำหนดลักษณะมาตรฐานรวม การครองสิทธิข้ามสื่อ หรือการครอบงำกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ที่ได้สัดส่วนเกณฑ์ ระหว่างสื่อมวลชนหรือโดยบุคคลอื่นใด ซึ่งจะส่งผลเป็นการขัดขวางเสรีภาพในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารหรือปิดกั้นการได้รับข้อมูลข่าวสารที่หลากหลายของประชาชน

(๑๔)

(๕) ส่งเสริมการรวมกลุ่มผู้ผลิตรายการ ผู้ผลิตรายการ และผู้ประกอบวิชาชีพสื่อสารมวลชนที่เกี่ยวกับกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์เป็นองค์กรในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อทำหน้าที่พัฒนามาตรฐานจริยธรรมของการประกอบวิชาชีพสื่อวิทยุโทรทัศน์และการควบคุมการประกอบอาชีพหรือการประกอบกิจการให้เป็นไปตามมาตรฐานจริยธรรมดังกล่าว

(๑๔)

(๖) ออกระเบียบหรือประกาศตามมาตรา ๔๕

(๑๔)

(๗) อนุมัติแผนการใช้เงินของสำนักงาน กสทช. รวมทั้งแผนจัดสรรเข้ากองทุนตามมาตรา ๔๕

(๑๔)

(๘) ให้ความเห็นชอบแผนการจัดสรรเงินกองทุนตามมาตรา ๔๕

(๑๔)

(๙) ให้ข้อมูลและร่วมดำเนินการในการเจรจาหรือทำความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลต่างประเทศหรือองค์กรระหว่างประเทศ ในเรื่องที่เกี่ยวกับการบริหารคลื่นความถี่ กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคม หรือกิจการอื่นที่เกี่ยวข้อง

(๑๔)

(๑๐) ให้ข้อมูลที่เกี่ยวกับการดำเนินการของ กสทช. และผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตจาก กสทช. ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการจัดสวัสดิการสังคมที่เหมาะสมกับการดำเนินการพัฒนาประเทศและเพื่อช่วยเหลือให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม

(๑๔)

(๑๑) เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีให้เพิ่มเงินทุนหรือปรับปรุงหรือแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวกับการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินการเกี่ยวกับกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเป็นไปตามนโยบายแห่งรัฐ

(๑๔)

(๑๒) ออกระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของ กสทช. “มาตรา ๒๗ (๑๔) (๑๓) เพิ่มเติมการบัญญัติอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐

มาตรา ๒๗ (๑๔) (๑๔) เพิ่มเติมการบัญญัติอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐”

(๑๕)

ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่น การกำหนดลักษณะการครอบงำ การครองสิทธิข้ามสื่อหรือการครอบงำตาม (๑๔) ให้ กสทช. รับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้เกี่ยวข้องประกอบด้วย การใช้อำนาจหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง ต้องไม่ขัดหรือแย้งกับกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ กฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการโทรคมนาคม และกฎหมายว่าด้วยการแข่งขันทางการค้า บรรดาระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งใด ๆ ที่ใช้อยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง กสทช. ต้องคำนึงถึงการเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน ความมั่นคงของรัฐ และประโยชน์สาธารณะ รวมตลอดทั้งการให้ประชาชนมีส่วนร่วมจากสื่อมวลชน ที่ต้องจัดให้มีมาตรการป้องกันมิให้การแสวงหาประโยชน์จากผู้บริโภคโดยไม่เป็นธรรม หรือสร้างความเสียหายแก่บุคคลในคุณลักษณะใด ๆ ป้องกันมิให้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมีอิทธิพลครอบงำสื่อมวลชนที่มีผลเป็นการจำกัดเสรีภาพในการรับรู้หรือรับข่าวสาร รวมตลอดทั้งการป้องกันมิให้มีการแสวงหาประโยชน์จากการโฆษณาเกินสมควร อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนหรือสังคมโดยรวม รวมถึงต้องมีมาตรการเพื่อป้องกันมิให้มีการนำเสนอเนื้อหาที่มีผลกระทบต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน ตลอดจนถึงการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในกิจการดังกล่าว และต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ การดำเนินการตามวรรคแรกและวรรค มีเพื่อดำเนินการให้เอกชนลงทุนในกิจการรัฐตามกฎหมายว่าด้วยการร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ

มาตรา ๒๗/๑ (๑) ในการดำเนินการตามมาตรา ๒๗ กสทช. ต้องคำนึงถึงนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมหรือไม่ ให้ผู้เกี่ยวข้องเสนอคณะกรรมการจัดทําแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพิจารณาตามกฎหมายว่าด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม เพื่อวินิจฉัยชี้ขาด

ในการวินิจฉัยชี้ขาด ให้คณะกรรมการจัดทําแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตั้งคณะกรรมการขึ้นเพื่อพิจารณาเสนอแนะต่อคณะกรรมการจัดทําแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยให้คณะกรรมการประกอบด้วยผู้แทนคณะกรรมการจัดทําแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ คนหนึ่ง เป็นประธานกรรมการ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและ กสทช. จำนวนเท่า ๆ กัน เป็นกรรมการ คำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการจัดทําแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นที่สุด

มาตรา ๒๗ วรรคหก เพิ่มโดยพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๖๒

มาตรา ๒๗/๑ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๖๒

มาตรา ๒๘ ให้ กสทช. จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนทั่วไปเพื่อกำหนดจุดยืนที่เหมาะสมประกอบการพิจารณาอย่างละเอียด ประกาศ หรือคำสั่ง เกี่ยวกับการกำกับดูแลการประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมที่มีผลใช้บังคับเป็นการทั่วไปและเกี่ยวข้องกับการเพิ่มประสิทธิภาพในการประกอบกิจการหรือมีผลกระทบต่อประชาชนส่วนสำคัญของสังคม โดยต้องให้ข้อมูลเกี่ยวกับความเป็นมา เหตุผล ความจำเป็น และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนทั่วไปอย่างเพียงพอเพื่อประกอบการพิจารณาแสดงความคิดเห็น ทั้งนี้ ระยะเวลาในการรับฟังความคิดเห็นต้องไม่น้อยกว่าสามสิบวัน เว้นแต่มีเหตุผลอันสมควรอย่างอื่นเป็นกรณีๆ ไป กสทช. อาจกำหนดระยะเวลาในการรับฟังความคิดเห็นเป็นระยะเวลาที่กำหนดได้

ให้สำนักงาน กสทช. จัดทำบันทึกสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นที่ประกอบด้วยความคิดเห็นที่ได้รับมติหรือผลการพิจารณาของ กสทช. ที่มีต่อความคิดเห็นดังกล่าว พร้อมทั้งเหตุผลและแนวทางในการดำเนินการต่อไป และเผยแพร่บันทึกดังกล่าวในระบบเครือข่ายสาธารณะของสำนักงาน กสทช.

มาตรา ๒๙ การกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมต่อโครงข่าย ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต หรือค่าบริการในการประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมตามพระราชบัญญัตินี้ ให้คำนึงถึงต้นทุนที่แท้จริงของการประกอบกิจการนั้นๆ และต้องไม่เป็นภาระแก่ประชาชนเกินสมควร ทั้งนี้ ให้กำหนดโดยคำนึงถึงความเหมาะสม ความเป็นธรรม ความมั่นคง และการจัดสรรทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพด้วย

มาตรา ๓๐ ในการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. กทค. กทท. คณะกรรมการอื่น และคณะอนุกรรมการที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัตินี้ ตลอดจนเลขาธิการ กสทช. และพนักงานของสำนักงาน กสทช. เกี่ยวกับการพิจารณาคำขอหรือคำร้องเรียนประกอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือมติที่ กสทช. หรือคณะอื่นที่เกี่ยวข้องกำหนด หากกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือมติดังกล่าวกำหนดระยะเวลาในการพิจารณาไว้โดยเฉพาะ ให้ กสทช. กำหนดระยะเวลาการดำเนินการแล้วเสร็จและประกาศให้ประชาชนทราบโดยทั่วไป เรื่องใดที่มีกำหนดระยะเวลาแล้ว ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด

ในการดำเนินการดังกล่าว กสทช. กทค. กทท. คณะกรรมการอื่น และคณะอนุกรรมการที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัตินี้ เลขาธิการ กสทช. หรือพนักงานของสำนักงาน กสทช. ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และเที่ยงธรรม โดยไม่มีอคติหรือความลำเอียง และต้องไม่กระทำการใดๆ อันเป็นการเลือกปฏิบัติหรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ใดโดยไม่เป็นธรรม หากพบว่ามีการกระทำใดๆ ที่เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติในวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการกระทำดังกล่าวมีสิทธิร้องเรียนต่อ กสทช. หรือสำนักงาน กสทช. เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ การร้องเรียนดังกล่าวไม่กระทบต่อสิทธิของผู้เสียหายในการดำเนินการตามกฎหมายอื่น

มาตรา ๓๑ เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองผู้บริโภคให้ปลอดภัยจากการเรียกเก็บค่าบริการ กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ให้ กสทช. มีหน้าที่ตรวจสอบการ

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ดำเนินการของผู้ประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม มีให้มีการดำเนินการใด ๆ ในประกาศที่อาจเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค ทั้งนี้ โดยให้ กสทช. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นสองคณะ ประกอบด้วยผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. ในการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ และในการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการโทรคมนาคม โดยให้มีจำนวนเท่าที่เห็นว่าจำเป็นและเหมาะสมและแต่งตั้งผู้แทนองค์กรของผู้บริโภคที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นอนุกรรมการในคณะอนุกรรมการดังกล่าวด้วย ในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ หรือกิจการโทรคมนาคมดำเนินการใด ๆ ในประกาศที่อาจเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค โดยมิอาจตกลงกันได้ ให้คณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องเป็นผู้พิจารณา หรืออาจให้ กสทช. เป็นผู้พิจารณา ทั้งนี้ โดยให้คณะอนุกรรมการหรือ กสทช. แล้วแต่กรณี มีอำนาจสั่งให้ผู้ประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ หรือกิจการโทรคมนาคมแก้ไขหรือระงับการดำเนินการดังกล่าวได้

มาตรา 32 เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองสิทธิในความเป็นส่วนตัวและเสรีภาพของบุคคลผู้บริโภคในกิจการสื่อสารสาธารณะด้านโทรคมนาคม ให้ กสทช. มีอำนาจกำหนดมาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคด้านกิจการโทรคมนาคมเกี่ยวกับข้อมูล สิทธิในความเป็นส่วนตัว และเสรีภาพในกิจการสื่อสารดังกล่าวในกิจการโทรคมนาคม

ในกรณีที่มีการกระทำความผิดโดยการกระทำรับไว้ ใช้ประโยชน์ หรือเปิดเผยข้อความ ข้อมูล หรือสิ่งใด ๆ อันเป็นการละเมิดสิทธิในความเป็นส่วนตัวของผู้บริโภค ให้ถือว่า กสทช. เป็นผู้เสียหายและมีอำนาจดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง การกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง ให้ กสทช. หรือเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมีอำนาจแจ้งความร้องทุกข์หรือกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน หรือดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้

มาตรา 33 ให้ กสทช. มีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่างหากที่ กสทช. มอบหมายได้ตามความจำเป็นและเหมาะสมสอดคล้องกับอำนาจหน้าที่ของ กสทช. ในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง คณะอนุกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งจะมอบหมายให้บุคคลอื่นดำเนินการแทนไม่ได้ และการสั่งการใด ๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจะต้องรายงานให้ กสทช. ทราบตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ กสทช. กำหนด

อนุกรรมการดังกล่าวไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 7

มาตรา 34 กสทช. อาจมอบหมายอำนาจไปให้กับนายกองหน้าที่มีปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม สอดคล้องกับอำนาจหน้าที่ของ กสทช. โดยพนักงานเจ้าหน้าที่นั้นต้องรายงานการปฏิบัติหน้าที่ให้ กสทช. ทราบ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ กสทช. กำหนด

มาตรา 35 ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ. 2498 และพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม

มาตรา 36 ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติการจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับดูแลกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560

มาตรา 37 ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติการจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับดูแลกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560

มาตรา ๑๔๕ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ กสทช. และคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของสำนักงานช่วยราชการรัฐธรรมนูญคัดให้ชี้แจงข้อเท็จจริง มาให้อย่างหรือส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาได้

หมวด ๑๑

เลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ฉุกเฉินแห่งชาติ

มาตรา ๑๔๖ ในหมวดนี้

"เลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ฉุกเฉินแห่งชาติ" หมายความว่า เลขหมายโทรคมนาคมที่ กสทช. จัดให้มีใช้เป็นเลขหมายโทรศัพท์สำหรับรับแจ้งเหตุฉุกเฉินตามหมวดนี้ "เหตุฉุกเฉิน" หมายความว่า เหตุการณ์หรือเหตุร้ายที่ผู้ประสบเหตุประสงค์เพื่อขอรับความช่วยเหลือเป็นการด่วนเพื่อให้เหตุการณ์หรือเหตุร้ายนั้นยุติ ราบคาบ หรือระงับ หรือเหตุที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นการด่วน "แจ้ง" หมายความว่า ผู้แจ้งเหตุฉุกเฉินแจ้งเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ฉุกเฉินแห่งชาติ เพื่อขอรับความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง "รับแจ้ง" หมายความว่า ผู้ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติแต่งตั้งให้เป็นผู้ที่รับแจ้งเหตุฉุกเฉินตามมาตรา ๑๔๗

มาตรา ๑๔๗ ให้ กสทช. จัดสรรเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ฉุกเฉินแห่งชาติให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อประโยชน์ในการรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน

ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีหน้าที่รับแจ้งเหตุฉุกเฉินและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือหรือระงับเหตุฉุกเฉินให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ วิธีการบริหารและการประสานงานสำหรับการดำเนินการดังกล่าวให้เป็นไปตามระเบียบที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดโดยดำเนินการนั้นเมื่อขอของคณะรัฐมนตรี

มาตรา ๑๔๘ ให้ยกเลิก

(๑)

มาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติวิทยุโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๔๙๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวิทยุโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕

(๒)

มาตรา ๔๐ แห่งพระราชบัญญัติวิทยุโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๔๙๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวิทยุโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕

(๓)

มาตรา ๔๐/๑ แห่งพระราชบัญญัติวิทยุโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๔๙๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวิทยุโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕

(๔)

มาตรา ๔๐/๒ แห่งพระราชบัญญัติวิทยุโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๔๙๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวิทยุโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕

มาตรา ๓๗/๔๔ ในการแจ้งเหตุฉุกเฉิน ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมจะเรียกเก็บค่าบริการใด ๆ จากผู้แจ้งมิได้

มาตรา ๓๗/๔๕ ผู้แจ้งและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือหรือระงับเหตุฉุกเฉิน สามารถเข้าถึงหรือเปิดเผยพิกัดที่ตั้งหมายเลขหรือข้อมูลส่วนบุคคลของผู้แจ้งหรือผู้ประสบเหตุฉุกเฉิน โดยไม่เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญา เพื่อช่วยเหลือหรือระงับเหตุฉุกเฉิน หรือเพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงตามมาตรา ๓๗/๔๓

มาตรา ๓๗/๔๖ ผู้ใดใช้หรือเรียกกลหมายโทรศัพท์เหตุฉุกเฉินแจ้งเหตุดังต่อไปนี้ไม่มีเหตุฉุกเฉินหรือแจ้งข้อความอันเป็นเท็จก่อกวนการปฏิบัติงานของผู้รับแจ้งหรือระงับเหตุฯ จำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

หมวด ๒

การกำกับดูแลการประกอบกิจการ

ส่วนที่ ๑

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

มาตรา ๓๘ (ยกเลิก)

มาตรา ๓๙ (ยกเลิก)

มาตรา ๔๐ (ยกเลิก)

มาตรา ๔๑ (ยกเลิก)

“มาตรา ๔๒ เพิ่มในพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒” “มาตรา ๔๓ เพิ่มในพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒” “มาตรา ๔๔ เพิ่มในพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒” ยกเลิกพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒ “มาตรา ๔๕ เพิ่มในพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒” “มาตรา ๔๖ เพิ่มในพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒” “มาตรา ๔๗ เพิ่มในพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒” “มาตรา ๔๘ เพิ่มในพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒” “มาตรา ๔๙ เพิ่มในพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒” “มาตรา ๕๐ เพิ่มในพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒”

ส่วนที่ 2

คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม

มาตรา 33/4 (ยกเลิก)

มาตรา 33/5 (ยกเลิก)

มาตรา 40/4 (ยกเลิก)

ส่วนที่ 3

การอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่

มาตรา 45 ผู้ใดประสงค์จะใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ หรือกิจการโทรคมนาคม ต้องได้รับใบอนุญาตจากกสทช. ตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ กสทช. ประกาศกำหนด โดยประกาศดังกล่าวต้องระบุวิธีการที่สามารถใช้คลื่นความถี่ที่จะขอรับการอนุญาตนั้นประกอบกิจการได้ตามแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ การอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ของ กสทช. อาจกำหนดให้มีการอนุญาตในระดับชาติ ระดับภูมิภาค และระดับท้องถิ่นได้ โดยในกรณีการอนุญาตในระดับท้องถิ่น

ภายใต้บังคับมาตรา 48 การอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ให้ดำเนินการโดยวิธีการประมูลคลื่นความถี่ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ กสทช. ประกาศกำหนด คลื่นความถี่ที่ กสทช. อนุญาตให้ผู้รับใบอนุญาตใช้ตามวรรคหนึ่ง กสทช. อาจอนุญาตให้บุคคลอื่นร่วมใช้ประโยชน์ในคลื่นความถี่หรือช่วงคลื่นความถี่ที่ได้รับอนุญาตใช้แล้วนั้นได้

มาตรา 46 ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560

มาตรา 47 ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560

มาตรา 48 ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560

มาตรา 49 ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560

มาตรา 50 ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560

มาตรา 51 ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560

มาตรา 52 ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560

มาตรา 53 การอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ให้ดำเนินการโดยวิธีการประมูลคลื่นความถี่ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ กสทช. ประกาศกำหนด (มาตรา 53 เดิม)

มาตรา 54 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560

แค่การอนุญาตนั้นจะต้องไม่เป็นการบวกการใช้ประโยชน์ของผู้ได้รับใบอนุญาต โดย กสทช. จะต้องประกาศเงื่อนไขดังกล่าวให้ครบเป็นการทั่วไปในการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่นั้นด้วย ทั้งนี้หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และธรรมเนียมในการขออนุญาตและการอนุญาตให้บุคคลร่วมใช้ประโยชน์ในนามคลื่นความถี่ต้องกำหนดให้เป็นไปตามที่ กสทช. ประกาศกำหนด ผู้ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ที่ได้รับการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่จะต้องจัดให้มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะตามที่ กสทช. กำหนด โดยต้องจัดให้มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะในช่วงเวลาที่เหมาะสมและในลักษณะที่เหมาะสมตามที่ กสทช. กำหนด

มาตรา ๔๕ คลื่นความถี่ใดกรณีต่อไปนี้ กสทช. อาจอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่โดยวิธีการอื่นนอกจากการประมูล

(ก)

คลื่นความถี่ที่เพียงพอต่อการใช้งาน

(ข)

คลื่นความถี่ที่ กสทช. ประกาศกำหนดให้นำไปใช้ในการเพื่อบริการสาธารณะ ความมั่นคงของรัฐ หรือกิจการอื่นในลักษณะทำนองเดียวกัน หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขในการอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่ กสทช. ประกาศกำหนด

มาตรา ๔๖ ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตที่มีคำขออนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ หรือกิจการโทรคมนาคมที่สามารถได้รับสัมปทานประกอบกิจการตามที่กำหนดในประกาศตามมาตรา ๔๕ วรรคหนึ่ง ต่อ กสทช. ภายในระยะเวลาที่ กสทช. กำหนด ผู้ได้รับใบอนุญาตที่มีคำขออนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ หรือกิจการโทรคมนาคมที่สามารถได้รับสัมปทานประกอบกิจการตามที่กำหนดในประกาศตามมาตรา ๔๕ วรรคหนึ่ง เพิ่มเติมได้

เมื่อ กสทช. อนุญาตให้ประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ หรือกิจการโทรคมนาคมตามวรรคสองแล้ว ให้ถือว่าใบอนุญาตนั้นไม่อยู่ในเรื่องวิทยุคมนาคมและให้ถือว่าเป็นกฎหมายตามกฎหมายว่าด้วยวิทยุคมนาคมด้วย ทั้งนี้ เว้นแต่ในส่วนที่เกี่ยวกับเครื่องวิทยุคมนาคมที่ระบุในคำขออนุญาต

มาตรา ๔๗ การอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ที่ได้กำหนดหรืออนุญาตกิจการบางคลื่นความถี่ที่ได้รับอนุญาตอยู่ก่อนแล้วอาจกระทำได้ ในกรณีมีปัญหาการรบกวน

มาตรา ๔๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ ประกอบกิจการกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒

มาตรา ๔๙ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ ประกอบกิจการกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คลื่นความถี่ใด ๆ อันเป็นผลจากการละเมิดกฎหมาย กสทช. ต้องดำเนินการระงับการรบกวนนั้นโดยเร็ว

มาตรา 45/8 ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ หรือกิจการโทรคมนาคมต้องเสียค่าธรรมเนียมรายปีตามระยะเวลาที่กำหนดในใบอนุญาต ซึ่งต้องชำระเมื่อได้รับใบอนุญาตตามที่ กสทช. ประกาศกำหนดและให้อัตราเงินที่ได้จากการประมูลคลื่นความถี่เป็นเกณฑ์ในการคำนวณค่าธรรมเนียมรายปี

บรรดาค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บในส่วนนี้ไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้ของแผ่นดิน แต่ให้นำไปใช้ในการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ที่ไม่มีวัตถุประสงค์เชิงพาณิชย์ หรือเสียค่าธรรมเนียมรายปีตามที่ กสทช. กำหนด ออกคำสั่งโดยให้เงินดังกล่าวเป็นรายได้ของกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมตามที่กำหนดในกฎหมายนี้

มาตรา 45/9 ใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ที่สิ้นสุดลงก่อนกำหนดด้วยเหตุใด ๆ ให้ กสทช. ออกคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต และจัดการคลื่นความถี่นั้นให้เป็นไปตามที่ กสทช. ประกาศกำหนด

เมื่อ กสทช. อนุญาตให้มีการโอนใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ หรือกิจการโทรคมนาคมที่ใช้คลื่นความถี่นั้นของผู้โอนสิ้นสุดลง และให้ กสทช. ออกใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ หรือกิจการโทรคมนาคม แล้วแต่กรณี ให้แก่ผู้รับโอนภายในกำหนด และขอบเขตของใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ หรือกิจการโทรคมนาคมของผู้โอนดังกล่าว

มาตรา 45/10 เพิ่มโดยพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2565

มาตรา 45/11 เพิ่มโดยพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2565

มาตรา ๔๔/๔๘ เมื่อ กสทช. อนุญาตให้ผู้ได้รับใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่ตามพระราชบัญญัตินี้แล้ว ให้แจ้งไปยังคณะกรรมการการติดตามเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติว่าติดตามกฎหมายว่าด้วยการพัฒนา ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมทราบ

มาตรา ๔๔/๔๙ ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่มีหน้าที่ (๑) ไม่ดำเนินการตามมาตรา ๔๔/๔๘ (๒) ไม่ประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ หรือกิจการโทรคมนาคมที่สามารถใช้คลื่นความถี่ประกอบกิจการตามที่ได้รับใบอนุญาตในระยะเวลาที่กำหนด หรือ (๓) นำคลื่นความถี่ไปใช้ในการนอกวัตถุประสงค์ หรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข การประกอบกิจการที่ใช้คลื่นความถี่ หรือกระทำการอันมีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดใน มาตรา ๒๗ (๑๓) ให้ กสทช. ดำเนินการเพื่อให้การแก้ไขให้ถูกต้องหรือมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตให้ ใช้คลื่นความถี่นั้นทั้งหมดหรือบางส่วน

ส่วนที่ ๔ การกำกับการประกอบกิจการ

มาตรา ๔๕ ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ หรือกิจการโทรคมนาคมต้องชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการรายปีตามอัตราที่ กสทช. ประกาศกำหนด อัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการรายปีตามวรรคหนึ่งให้คำนึงถึง รายจ่ายในการกำกับดูแลการประกอบกิจการประสิทธิภาพในการบริหารคลื่นความถี่และรายได้ของรายได้ในการกำกับดูแลการประกอบกิจการประสิทธิภาพในการบริหารคลื่นความถี่และรายได้ของรายได้ในการกำกับดูแลการประกอบกิจการประสิทธิภาพในการบริหารคลื่นความถี่และรายได้ของรายได้ในการกำกับดูแลการประกอบกิจการประสิทธิภาพในการบริหารคลื่นความถี่และรายได้ของรายได้ในการกำกับดูแลการประกอบกิจการประสิทธิภาพในการบริหารคลื่นความถี่และรายได้ของรายได้ในการกำกับดูแลการประกอบกิจการประสิทธิภาพในการบริหารคลื่นความถี่และรายได้ของรายได้ในการกำกับดูแลการประกอบกิจการประสิทธิภาพในการบริหารคลื่นความถี่และรายได้ของรายได้ในการกำกับดูแลการประกอบกิจการประสิทธิภาพในการบริหารคลื่นความถี่และรายได้ของรายได้ในการกำกับดูแลการประกอบกิจการประสิทธิภาพในการบริหารคลื่นความถี่และรายได้ของรายได้ในการกำกับดูแลการประกอบกิจการประสิทธิภาพในการบริหารคลื่นความถี่และรายได้ของรายได้ในการกำกับดูแลการประกอบกิจการประสิทธิภาพในการบริหารคลื่นความถี่และรายได้ของรายได้ในการกำกับดูแลการประกอบกิจการประสิทธิภาพในการบริหารคลื่นความถี่และรายได้ของรายได้ในการกำกับดูแลการประกอบกิจการประสิทธิภาพในการบริหารคลื่นความถี่และรายได้ของรายได้ในการกำกับดูแลการประกอบกิจการประสิทธิภาพในการบริหารคลื่นความถี่และรายได้ของรายได้ในการกำกับดูแลการประกอบกิจการประสิทธิภาพในการบริหารคลื่นความถี่และรายได้ของรายได้ในการกำกับดูแลการประกอบกิจการประสิทธิภาพในการบริหารคลื่นความถี่และรายได้ของรายได้ในการกำกับดูแลการประกอบกิจการประสิทธิภาพในการบริหารคลื่นความถี่และรายได้ของรายได้ในการกำกับดูแลการประกอบกิจการประสิทธิภาพในการบริหารคลื่นความถี่และรายได้ของรายได้ในการกำกับดูแลการประกอบกิจการประสิทธิภาพในการบริหารคลื่นความถี่และรายได้ของ

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา วรรคหนึ่งด้วย แต่ กสทช. จะลดหย่อนให้ตามที่เห็นสมควรก็ได้ โดยคำนึงถึงวัตถุประสงค์ของกิจการของหน่วยงานนั้น

มาตรา ๔๓ เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมรายการวิทยุและรายการโทรทัศน์ที่มีเนื้อหาสร้างสรรค์สังคมหรือรายการสำหรับเด็กและเยาวชน ให้ กสทช. กำหนดเงื่อนไขในใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ให้มีผลตามที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยวิธีการปฏิบัติราชการทางปกครอง และมีอำนาจกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตจัดให้มีรายการดังกล่าวได้ออกอากาศในช่วงเวลา ที่เหมาะสมสำหรับกลุ่มดังกล่าว

มาตรา ๔๔ (ยกเลิก)

หมวด ๓ แนวทางการจัดทำแผน

มาตรา ๔๕ ให้มีแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่อย่างน้อยต้องมีรายการดังต่อไปนี้

(๑)

รายละเอียดเกี่ยวกับการบริหารคลื่นความถี่ตามวัตถุประสงค์ที่ประเทศไทยสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้

(๒)

แนวทางการดำเนินการเกี่ยวกับคลื่นความถี่ระหว่างประเทศ

(๓)

รายละเอียดเกี่ยวกับคลื่นความถี่ที่กำหนดให้ใช้ในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์กิจการโทรคมนาคม และกิจการอื่น

(๔)

แนวทางในการคืนคลื่นความถี่เพื่อนำไปจัดสรรใหม่หรือการปรับปรุงการใช้คลื่น ความมุ่งหมาย แผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้มีผลใช้ได้และให้เป็นหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเบื้องต้นในการอนุญาตและการดำเนินกิจการทั้งปวงที่เกี่ยวข้องกับการใช้คลื่นความถี่ ให้ กสทช. ติดตามประเมินผลการดำเนินงานตามแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ และต้องปรับปรุงแผนแม่บทดังกล่าว เพื่อประโยชน์ในการบริหารคลื่นความถี่ให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและข้อมูลเปลี่ยนแปลงไป ในการจัดทำแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ ให้ กสทช. รับฟังความคิดเห็นของประชาชนผู้ประกอบกิจการที่ใช้ประโยชน์คลื่นความถี่ และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องก่อนประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้ ระยะเวลาการรับฟังความคิดเห็น การวิเคราะห์ความคิดเห็น และการจัดทำแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ต้องกำหนดให้แล้วเสร็จในกำหนดเวลาที่เหมาะสมและสอดคล้องกับความมุ่งหมายเป็นสำคัญ

มาตรา ๔๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการจัดสรรคลื่นความถี่และการกำกับกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐

มาตรา ๔๗ ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติการจัดสรรคลื่นความถี่และการกำกับกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐

มาตรา ๔๙/๑ ในการกำกับดูแลการประกอบกิจการ ให้ กสทช. จัดให้มีแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ และแผนแม่บทกิจการโทรคมนาคม เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการระยะห้าปี โดยในแผนดังกล่าวต้องสอดคล้องกับแผนแม่บท การบริหารคลื่นความถี่และอย่างน้อยต้องมีแนวทางการพัฒนาและการส่งเสริมเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ประกอบกิจการ แนวทางการคุ้มครองผู้บริโภคและการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินการดังกล่าวนี้

การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ในส่วนที่เกี่ยวกับกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ต้องจัดให้มีการไต่สวนสาธารณะเพื่อประโยชน์สาธารณะหรือสำหรับการรวมกลุ่มในลักษณะไม่มุ่งอาจารย์สินค้าของสมาชิกในการสั่งอนุญาตเพื่อขออนุญาตในแต่ละครั้ง เพื่อให้การบริหารจัดการคลื่นความถี่เป็นไปโดยมีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ความมั่นคงของรัฐ และประโยชน์สาธารณะในการที่ไม่มีการใช้ประโยชน์จากคลื่นความถี่ดังกล่าวให้เป็นประโยชน์สาธารณะหรือสำหรับประชาชนตามวรรคสองที่กล่าวมาแล้ว หาก กสทช. เห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่เป็นไปเพื่อกิจการประโยชน์สาธารณะหรือมีประสิทธิภาพสูงสุด ให้ กสทช. มีอำนาจกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับประโยชน์ในกิจการประโยชน์สาธารณะหรือประโยชน์ของประชาชนในกรณีที่การดำเนินการดังกล่าวไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว ให้ กสทช. จัดให้มีการไต่สวนสาธารณะเพื่อประโยชน์สาธารณะหรือสำหรับประชาชนตามวรรคสองที่กล่าวมาแล้ว ในกรณีที่ กสทช. จัดข้อยืนยันใจไม่สอดคล้องกับความคิดเห็นของประชาชน ผู้ประกอบกิจการ หรือหน่วยงานของรัฐตามที่ปรากฏในการรับฟังความคิดเห็นตามวรรคสี่ กสทช. ต้องชี้แจงและแสดงเหตุผลให้ประชาชน ผู้ประกอบกิจการ หรือหน่วยงานของรัฐทราบ ประกาศของ ผู้ประกอบกิจการ หรือหน่วยงานของรัฐธรรมาภิบาลที่ผู้ดำเนินแผนแม่บทที่ กสทช. กำหนดต้องสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ไม่มีสิทธิหรือสิทธิต่อศาลและคณะ โดยให้ถือว่าแผนแม่บทดังกล่าวเป็นกฎหมายตามความหมายว่าด้วยกฎหมายและวิธีการพิจารณาคดีปกครอง และให้ถือว่าการคงความพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในหกเดือนนับแต่วันที่มีผลต่อศาล แผนแม่บทตามวรรคหนึ่ง เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ผูกพัน กสทช. และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ๕๐ เพื่อประโยชน์ในการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคมตามมาตรฐานที่กำหนดประกอบกิจการโทรคมนาคม ให้ กสทช. กำหนดแผนการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม โดยในแผนดังกล่าวต้องกำหนด

มาตรา ๕๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

``` - ๒๖ - พื้นที่และกลุ่มเป้าหมาย ระยะเวลาในการดำเนินการ พร้อมทั้งประมาณการค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นจากการดำเนินการดังกล่าว การจัดทำแผนตามวรรคหนึ่ง ให้ กสทช. หรือกับหน่วยงานของรัฐอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยต้องสอดคล้องกับนโยบายที่คณะรัฐมนตรีเสนอให้รัฐสภาให้ กสทช. ประกาศกำหนดจำนวนค่าใช้จ่ายที่จะเรียกเก็บจากผู้ได้รับใบอนุญาตให้บริการโทรทัศน์ตามมาตรา ๒๗ และผู้ได้รับใบอนุญาตให้บริการโทรคมนาคมตามมาตรา ๒๔ วรรคหนึ่ง ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงรายได้ที่ผู้ได้รับใบอนุญาตได้รับจากการให้บริการโทรทัศน์หรือโทรคมนาคมดังกล่าว ให้ กสทช. ประกาศกำหนดจำนวนเงินจากกองทุนที่ใช้ในการสนับสนุนผู้ได้รับใบอนุญาตเพื่อให้สามารถดำเนินการจัดให้มีบริการดังกล่าวได้ ในการดำเนินการตามแผนการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการสังคมตามวรรคหนึ่ง ให้ กสทช. ยังคงความมุ่งหมายให้สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติดำเนินการทั้งในภาพรวมส่วนแยกได้ ในกรณีเช่นนั้น ให้ กสทช. โอนเงินที่เรียกเก็บได้ตามวรรคสามและที่กำหนดให้ในวรรคสี่ให้แก่กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเพื่อดำเนินการต่อไป

มาตรา ๔๙/๑ ในการดำเนินการให้ได้มาและรักษาไว้ซึ่งสิทธิในการเข้าใช้โครงข่ายโทรคมนาคมระหว่างประเทศ ให้ กสทช. จัดทำแผนการให้ได้มาและรักษาไว้ซึ่งสิทธิดังกล่าว โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญในการดำเนินการดังกล่าวต้องสอดคล้องกับนโยบายที่คณะรัฐมนตรีเสนอให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบและต้องไม่ขัดต่อพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมีอยู่ โดยในการจัดทำแผนดังกล่าว กสทช. ต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสีย แผนการบริหารสิทธิดังกล่าวต้องมีรายการดังต่อไปนี้

(๑)

รายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิในการเข้าใช้โครงข่ายโทรคมนาคมระหว่างประเทศที่ประเทศไทยสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้

(๒)

แนวทางการดำเนินการเกี่ยวกับการให้ได้มาและรักษาไว้ซึ่งสิทธิในการเข้าใช้โครงข่ายดังกล่าว เพื่อใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชน

(๓)

แนวทางในการส่งเสริมสิทธิในการเข้าใช้โครงข่ายดังกล่าว กรณีที่การรักษาสิทธิดังกล่าวอาจให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรมในประเทศได้

(๔)

แนวทางในการอนุญาตให้เอกชนใช้สิทธิในการเข้าใช้โครงข่ายดังกล่าว แผนการบริหารสิทธิดังกล่าวเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ผูกพัน กสทช. และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ๕๐ เพื่อส่งเสริมให้คณะประชาชนได้ใช้คลื่นความถี่อย่างทั่วถึง ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔๕ วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ. กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๔๕ วรรคหนึ่ง เพิ่มโอกาสประชาชนผู้ด้อยโอกาสในการเข้าถึงบริการสื่อสารที่มีคุณภาพ ประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐”

มาตรา ๕๑ ให้ยกเลิกความในบัญชีอัตราค่าธรรมเนียมท้ายกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมประกอบกิจการกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐

``` สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - 27 - ให้เป็นผู้มีคุณสมบัติในการขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ประเภทบริการชุมชน การหารายได้ และการสนับสนุนผู้ประกอบกิจการบริการชุมชนที่มีคุณภาพ ทั้งนี้ โดยให้รับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย รายได้ของผู้ประกอบกิจการบริการชุมชนดังต่อไปนี้มาจากการบริจาค การอุดหนุน สถานีหรือรายได้จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านกิจกรรมการประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ ดำเนินการของสถานีเป็นไปเพื่อการสนับสนุนบริการโดยประชาชน และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน รายได้ทั้งหมดของผู้ประกอบกิจการบริการชุมชน รวมทั้งเงินอุดหนุนที่ได้รับจากหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานอื่น ต้องนำไปใช้ในการอุดหนุนเพื่อใช้ประกอบการพัฒนาจัดสรรเงินอุดหนุนในแต่ละคราว

หมวด 4

กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ

มาตรา 52 ให้จัดตั้งกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยมีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้

(1) ดำเนินการให้ประชาชนได้รับบริการด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ที่มีคุณภาพทั่วถึงและครอบคลุม รวมทั้งส่งเสริมผู้ประกอบกิจการบริการชุมชนตามมาตรา 49 (2) ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรสื่อสาร การวิจัยและพัฒนาด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม รวมทั้งความสามารถในการรู้เท่าทันสื่อ เทคโนโลยีทางความคิด เทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีดิจิทัลตามมาตรฐานของชาติสำหรับผู้พิการ ผู้สูงอายุ หรือผู้ด้อยโอกาส ตลอดจนผู้ด้อยการพัฒนามนุษย์ และบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง (3) ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ ตลอดจนดำเนินการขององค์กรที่ทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมของวิชาชีพหรือดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (4) สนับสนุน ส่งเสริม และคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม (5) สนับสนุนการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ หรือกองทุนอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ```

(ข)

^๑ สนับสนุนการใช้คลื่นความถี่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด รวมทั้งสนับสนุนการ เรียกคืนคลื่นความถี่ที่มีผู้ได้รับอนุญาตไป เพื่อมาจัดสรรใหม่และสนับสนุนการพัฒนา ซ่อมใช้ หรือ จ่ายค่าตอบแทนการถูกเรียกคืนคลื่นความถี่ ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้คลื่นความถี่

มาตรา ๕๓ กฎหมายมาตรา ๕๒ ประกอบด้วย

(๑)

ทุนประเดิมที่รัฐจัดสรรให้

(๒)

เงินที่ (ยกเลิก)

(๓)

เงินที่ได้รับการจัดสรรตามมาตรา ๔๕ วรรคสอง

(๔)

เงินที่ส่งมาจากทุนตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการกระจายเสียงและ กิจการโทรทัศน์และกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการโทรคมนาคม

(๕)

เงินค่าปรับทางปกครองที่ปรับตามพระราชบัญญัตินี้ และตามกฎหมายว่าด้วย การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ และตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการ โทรคมนาคม

(๖)

เงินหรือทรัพย์สินที่มอบให้เพื่อสนับสนุนกองทุน

(๗)

เงินและทรัพย์สินที่ได้รับโดยทางมรดก

(๘)

ดอกผลและรายได้ของกองทุน รวมทั้งผลประโยชน์จากค่าตอบแทนการใช้ ประโยชน์จากการจัดสรรคลื่นความถี่และการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ตามกฎหมายว่าด้วยการ ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์และกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการ โทรคมนาคม

(๙)

เงินรายได้ที่ได้รับจากการจัดสรรคลื่นความถี่ตามมาตรา ๔๕/๑

(๑๐)

เงินและทรัพย์สินอื่นที่เป็นไปตามกฎหมาย เงินและทรัพย์สินของกองทุนตามวรรคหนึ่งให้ใช้จ่ายเพื่อการสนับสนุนและการให้บริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคมตามมาตรา ๕๐ วรรคหนึ่งวรรคสองของกฎหมายมาตรา ๕๒ (๖) ให้ใช้จ่ายจากกองทุนตาม (๔) (๙) เท่านั้น เงินกองทุนตาม (๔) (๙) ถ้ากระทรวงการคลังเห็นว่ามีเกินความจำเป็นหรือมีเหตุความ จำเป็นต้องใช้ จะขอโอนส่วนที่เกินนั้นเข้าบัญชีรายได้แผ่นดินก็ได้

มาตรา ๕๔ ให้มีคณะกรรมการบริหารกองทุนคณะหนึ่ง ประกอบด้วย

มาตรา ๕๕ (๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการ ประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐

มาตรา ๕๕ (๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการ ประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐

เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการ กระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ การประกอบกิจการกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม การประกอบกิจการกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม การประกอบกิจการกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ```

(๑)

ประธาน กสทช. เป็นประธานกรรมการ

(๒)

ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงกลาโหม เลขาธิการคณะกรรมการ พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ อธิบดีกรมบัญชีกลาง และ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง

(๓)

ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนสองคน ซึ่งกรรมการตาม (๑) และ (๒) เป็นผู้คัดเลือก ให้ดำรงตำแหน่ง กรรมการ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ กสทช. และให้ดำรงตำแหน่ง แต่เพียง หน้าที่ของสำนักงาน กสทช. เป็นผู้ช่วยเลขานุการ กรรมการบริหารกองทุนตาม (๑) ต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้

(๒)

(๓) (๔) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) และ (๑๐) และลักษณะการดำรงตำแหน่งครบวาระสามปี และอาจได้รับ การแต่งตั้งได้ แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระมิได้ ให้นำมาตรา ๒๓ มาใช้บังคับกับการประชุมของคณะกรรมการบริหารกองทุนโดย อนุโลม

มาตรา ๕๔ คณะกรรมการบริหารกองทุนมีอำนาจหน้าที่ในการบริหารกองทุนและ

เสนอความเห็นเกี่ยวกับการจัดสรรเงินกองทุนเพื่อใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๕๒ ต่อ กสทช. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ ในกรณีที่ กสทช. มีความเห็นแตกต่างจากคณะกรรมการบริหาร กองทุน กสทช. ต้องให้เหตุผลประกอบด้วย ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนจัดให้มีการประเมินผลเกี่ยวกับการจัดสรรเงินกองทุน และการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของกองทุนตามมาตรา ๕๒ เป็นระยะ ๆ และรายงานผลการประเมิน โดยข้อเสนอแนะต่อ กสทช. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบและดำเนินการปรับปรุงการบริหารจัดการ การจัดสรรเงินกองทุนต่อไป การเก็บรักษา การใช้จ่าย การจัดทำบัญชีและระบบบัญชี ให้เป็นไปตามระเบียบที่ คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนด

หมวด ๕

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

มาตรา ๕๕ ให้มีสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และ

กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรียกโดยย่อว่า “สำนักงาน กสทช.” เป็นนิติบุคคล มีฐานะเป็น หน่วยงานของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ รัฐสภาหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมายให้ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ประธานกรรมการ *มาตรา ๕๖ ให้สำนักงานมีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ และตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุ กิจการ โทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๕๓* กิจการของสำนักงาน กสทช. ไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน กฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ กฎหมายว่าด้วยการประกันสังคมและกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน

มาตรา ๔๕ ให้สำนักงาน กสทช. มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑)

รับผิดชอบในการบริหารงานของสำนักงาน กสทช.

(๒)

จัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีของสำนักงาน กสทช. เสนอคณะ กสทช. อนุมัติ โดยรายจ่ายประจำปีของสำนักงาน กสทช. ให้หมายความรวมถึงรายจ่ายอื่น ๆ อันเกี่ยวกับดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของ กสทช. คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน และสำนักงาน กสทช. งบประมาณรายจ่ายประจำปีดังกล่าวต้องดำเนินการให้เกิดความคุ้มค่า การประหยัด และประสิทธิภาพ รายการหรือโครงการใดที่ตั้งงบประมาณไว้แล้วและมีเงินหรือทรัพย์คงเหลือภายในปีงบประมาณนั้น ให้รายการหรือโครงการนั้นเป็นอันยกไป และให้สำนักงาน กสทช. นำส่งงบประมาณสำหรับรายการหรือโครงการดังกล่าวเข้าบัญชีเงินดังต่อไปนี้

(ก)

ตรวจสอบและติดตามการดำเนินงาน

(ข)

จัดสรรเพื่อการแปรเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการให้คำปรึกษา การร้องขอให้การกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อพิจารณาและแก้ปัญหาที่ร้องเรียนความเห็นต่อ กสทช. เพื่อพิจารณาและแก้ปัญหาที่ร้องเรียน

(ค)

ศึกษาวิเคราะห์และจัดทำข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการดำเนินการในกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม การให้คำปรึกษาและการจัดทำข้อเสนอแนะต่อ กสทช. เพื่อพิจารณา

(ง)

ปฏิบัติการอื่นตามที่ กสทช. กสท. และ กทค. มอบหมายในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี

(๓)

ก่อนที่สำนักงาน กสทช. จะเสนอ กสทช. อนุมัติ ให้สำนักงาน กสทช. เสนอร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีต่อคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อพิจารณาให้ความเห็น และให้สำนักงาน กสทช. พิจารณาดำเนินการแก้ไขหรือปรับปรุงร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามความเห็นของคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน ให้สำนักงาน กสทช. เสนอร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีต่อคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อพิจารณาให้ความเห็นต่อคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน เมื่อ กสทช. อนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีแล้ว ให้สำนักงาน กสทช. เป็นผู้เบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี พร้อมทั้งบริหารจัดการหรือโครงการที่ตั้งงบประมาณไว้

มาตรา ๔๖ (๑) เพิ่มเติมโดยประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐

มาตรา ๔๗ วรรคสอง เพิ่มเติมโดยประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐

อนุมัติงบประมาณ ให้ประชาชนทราบจากระบบเครือข่ายสารสนเทศ หรือวิธีการอื่นที่เห็นสมควรได้โดยสะดวก ให้คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานเสนอปรับระบบรายจ่ายสำหรับค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายอื่นตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา ๗๗ วรรคสอง ต่อสำนักงาน กสทช. เพื่อจัดระบบในรูปแบบรายจ่ายของคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน ไว้ในงบประมาณรายจ่ายประจำปีของสำนักงาน กสทช. ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานจัดสรรงบประมาณดังกล่าวไว้ในรายงานการเสนอร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีของสำนักงาน กสทช. ในการดำเนินการตามวรรคสอง ให้สำนักงาน กสทช. เสนอร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีต่อคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานก่อนเริ่มงบประมาณไม่น้อยกว่าหกสิบวัน และให้คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานพิจารณาเห็นชอบหรือแก้ไขแล้วเสร็จก่อนเริ่มเงินงบประมาณไม่น้อยกว่าสามสิบวัน และเมื่อได้รับความเห็นหรือแก้ไขรายงานดังกล่าวแล้ว ให้สำนักงาน กสทช. เสนอร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีต่อ กสทช. เพื่อดำเนินการต่อไป

มาตรา ๕๔ ให้ กสทช. มีอำนาจออกระเบียบหรือประกาศเกี่ยวกับการบริหารงานทั่วไปการบริหารงานบุคคล การงบประมาณ การเงินและทรัพย์สิน และการดำเนินการอื่นของสำนักงาน กสทช. โดยให้ระเบียบดังกล่าวต้องกำหนดให้มีข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้

(๑)

การแบ่งส่วนราชการภายในของสำนักงาน กสทช. และขอบเขตหน้าที่ของส่วนงานต่าง ๆ

(๒)

(ก) การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง และค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่และลูกจ้าง กสทช.

(ข)

การแต่งตั้งและลูกจ้างของสำนักงาน กสทช. ตลอดจนบุคคลอื่นที่ปฏิบัติงานตามคำสั่งของคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน

(๓)

การคัดเลือกหรือการประเมินความรู้ความสามารถเพื่อประโยชน์ในการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง หรือการเลื่อนขั้นเงินเดือน หลักเกณฑ์การต่อสัญญาจ้าง และการจ่ายเงินชดเชยกรณีเลิกจ้างเนื่องจากไม่ผ่านการประเมิน

(๔)

การบริหารงานบุคคล รวมตลอดทั้งการดำเนินการทางวินัย การอุทธรณ์ และร้องทุกข์

(๕)

(ก) การจัดทำแผนและการปฏิบัติการแผน

(ข)

การกำหนดเครือข่ายและการเตรียมความพร้อมของพนักงานและลูกจ้างของสำนักงาน กสทช.

มาตรา ๕๗ วรรคสาม เพิ่มโดยพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ประกอบกิจการกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๐

มาตรา ๕๗ วรรคสี่ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ประกอบกิจการกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๐

(ซ)

การจ้างและการแต่งตั้งบุคคลเพื่อเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือเป็นผู้ชำนาญการเฉพาะด้านอันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. รวมทั้งจำแนกและจัดค่าตอบแทนของตำแหน่งดังกล่าว ทั้งนี้ โดยให้กำหนดลักษณะการปฏิบัติงานและระยะเวลาการปฏิบัติงานของตำแหน่งนั้นด้วย

(ฌ)

การบริหารและจัดการงบประมาณ ทรัพย์สิน และการพัสดุของสำนักงาน กสทช.

(ญ)

การจัดสวัสดิการหรือการสงเคราะห์อื่น ระเบียบหรือประกาศตามวรรคหนึ่ง ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

มาตรา 59 ให้สำนักงาน กสทช. เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานของ กสทช. และสำนักงาน กสทช. ให้ประชาชนทราบทางระบบเครือข่ายสาธารณะหรือวิธีการอื่นที่เหมาะสม โดยอย่างน้อยต้องเป็นข้อมูล ดังต่อไปนี้

(ก)

ใบอนุญาตประกอบกิจการของผู้ได้รับใบอนุญาตทุกราย พร้อมทั้งเงื่อนไขที่กำหนด

(ข)

รายได้ของสำนักงาน กสทช. ตามมาตรา 54 เป็นรายเดือนโดยสรุป

(ค)

รายงานสถิติการรับเรื่องร้องเรียนของ กสทช. และสำนักงาน กสทช. เป็นรายเดือนโดยสรุป

(ง)

รายงานผลการดำเนินงานของ กสทช. และสำนักงาน กสทช. เป็นรายปี โดยสรุป ข้อกำหนดของใบอนุญาตประกอบกิจการ จำนวนใบอนุญาตของผู้ประกอบกิจการแต่ละประเภท และจำนวนผู้ได้รับใบอนุญาตแต่ละประเภท

(จ)

ผลการศึกษาวิจัยและผลงานอื่น ๆ ที่จำวางให้หน่วยงานภายนอกดำเนินการ

(ฉ)

รายการเรื่องร้องเรียน ความคืบหน้าและผลการพิจารณาเรื่องร้องเรียนของผู้บริโภคและผู้รับใบอนุญาตและจำนวนเรื่องที่ยังค้างพิจารณา

(ช)

รายละเอียดของผลการจัดซื้อจัดจ้างของสำนักงาน กสทช. และข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

มาตรา 60 ให้สำนักงาน กสทช. มีสำนักบริหาร กสทช. คนหนึ่งรับผิดชอบการปฏิบัติงานของสำนักงาน กสทช. ขึ้นตรงต่อประธานกรรมการ และเป็นผู้บังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้างของสำนักงาน กสทช.

ในกิจการของสำนักงาน กสทช. ที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล ให้ถือว่า กสทช. เป็นผู้แทนสำนักงาน กสทช. เพื่อการนี้ประธานกรรมการอาจมอบหมายให้สำนักบริหาร กสทช. เป็นผู้แทนแทนก็ได้ ทั้งนี้ ตามระเบียบ กสทช. กำหนด โดยประธานกรรมการอาจมอบหมายให้สำนักบริหาร กสทช. มีอำนาจหน้าที่ในลักษณะเดียวกันได้ในกิจการอื่นของสำนักงาน กสทช. ต้องมอบหมายเป็นหนังสือโดยชัดแจ้ง

มาตรา 61 (ยกเลิก) โดยให้ใช้พระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560

มาตรา 62 (ยกเลิก) โดยให้ใช้พระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560

มาตรา ๒๖ ให้ประธานกรรมการ โดยความเห็นชอบของ กสทช. เป็นผู้แต่งตั้งและถอดถอนเลขาธิการ กสทช.

เลขาธิการ กสทช. ต้องมิใช่ผู้เคยดำรงตำแหน่งหน้าที่ในปฐมวัยในวันแต่งตั้งและต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๗ รวมทั้งคุณสมบัติตามที่ กสทช. กำหนด

มาตรา ๒๗ เลขาธิการ กสทช. มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละห้าปีบันทึกนี้ได้รับแต่งตั้งและอาจได้รับแต่งตั้งได้ แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระมิได้

มาตรา ๒๘ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๒๗ เลขาธิการ กสทช. พ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(ก)

ตาย

(ข)

มีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์

(ค)

ลาออก

(ง)

เป็นบุคคลล้มละลาย

(จ)

ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

(ฉ)

ถูกลงโทษทางวินัยถึงขั้นไล่ออกหรือปลดออกตามกฎหมายว่าด้วยวินัยข้าราชการพลเรือน

(ช)

กสทช. มีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดให้ออกจากตำแหน่งเพราะพร้อมด้วยเหตุ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หย่อนความสามารถ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

มาตรา ๒๙ ให้เลขาธิการ กสทช. และพนักงานของสำนักงาน กสทช. เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

พนักงานของสำนักงาน กสทช. ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย ระเบียบที่ กสทช. กำหนด และต้องไม่เป็นกรรมการ ผู้จัดการ ผู้บริหาร ที่ปรึกษา พนักงาน ลูกจ้าง หรือหุ้นส่วนในบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนที่ประกอบกิจการคลื่นความถี่กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์หรือกิจการโทรคมนาคม พนักงานของสำนักงาน กสทช. เป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ระงับหรือลดข้อขัดแย้งที่เกี่ยวกับการใช้คลื่นความถี่หรือการประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ หรือกิจการโทรคมนาคม ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ เลขาธิการ กสทช. และพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา ๓๐ รายได้ของสำนักงาน กสทช. มีดังนี้

(๑)

ค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้และใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ตามมาตรา ๔๕ วรรคหนึ่ง ค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมตามมาตรา ๔๕/๓

มาตรา ๓๑ (ยกเลิก) โดยพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐

```

(ข)

รายได้หรือผลประโยชน์อันได้มาจากการดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่ของ กสทช. และสำนักงาน กสทช.

(ค)

รายได้จากทรัพย์สินของสำนักงาน กสทช.

(ง)

เงินและทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้แก่สำนักงาน กสทช. ตามระเบียบที่ กสทช. กำหนดเพื่อใช้ในการดำเนินงานของสำนักงาน กสทช.

(จ)

เงินกองทุนตามกฎหมายอื่น รายได้ของสำนักงาน กสทช. ตาม (๑) และ (๒) เมื่อได้หักรายจ่ายสำหรับการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพของสำนักงาน กสทช. ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่จำเป็น เงินทุนสำรองตามมาตรา ๕๕ กองทุนพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา กองทุนตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ และกองทุนพัฒนาวิสาหกิจเพื่อสังคมตามกฎหมายว่าด้วยการพัฒนาวิสาหกิจเพื่อสังคมแล้ว เหลือเท่าใดให้นำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน ในกรณีรายได้ของสำนักงาน กสทช. มีจำนวนไม่พอสำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพของสำนักงาน กสทช. รวมทั้งค่าภาระต่าง ๆ ที่จำเป็นและไม่สามารถหาเงินทุนทดแทนส่วนที่ขาดหรือจัดหาเงินทุนเพิ่มเติมได้ทันการณ์ สำนักงาน กสทช. ต้องดำเนินการดังนี้

มาตรา ๖๖ เพื่อประโยชน์ในการจัดสรรเงินงบประมาณแผ่นดินให้สำนักงาน กสทช. ช่วยเหลือการดำเนินงานของสำนักงาน กสทช. ในกรณีที่รายได้ของสำนักงาน กสทช. ไม่เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพของสำนักงาน กสทช. ให้สำนักงาน กสทช. เสนอคำขอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อจัดสรรเงินงบประมาณแผ่นดินให้สำนักงาน กสทช. ใช้ในกรณีดังกล่าวโดยคำนึงถึงความจำเป็นและความเหมาะสม ในการนี้คณะรัฐมนตรีอาจกำหนดเงื่อนไขหรือข้อผูกพันเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดินดังกล่าวได้

ในกรณีที่รายได้ของสำนักงาน กสทช. มีจำนวนไม่พอสำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพของสำนักงาน กสทช. รวมทั้งค่าภาระต่าง ๆ ที่จำเป็นและไม่สามารถหาเงินทุนทดแทนส่วนที่ขาดหรือจัดหาเงินทุนเพิ่มเติมได้ทันการณ์ สำนักงาน กสทช. ต้องดำเนินการดังนี้

มาตรา ๖๗ บรรดาอสังหาริมทรัพย์ที่สำนักงาน กสทช. ได้มาโดยการซื้อหรือแลกเปลี่ยนจากรายได้ของสำนักงาน กสทช. ตามมาตรา ๖๕ (๑) (๒) หรือ (๓) หรือที่มีผู้บริจาคให้ตาม (๔) ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของสำนักงาน กสทช.

อสังหาริมทรัพย์ที่เป็นที่ราชพัสดุตามกฎหมายว่าด้วยที่ราชพัสดุที่อยู่ในความครอบครองของสำนักงาน กสทช. ให้สำนักงาน กสทช. มีอำนาจในการปกครอง ดูแล บำรุงรักษา ใช้และจัดหาผลประโยชน์ได้ ตามระเบียบที่ กสทช. กำหนด ทรัพย์สินของสำนักงาน กสทช. ไม่อยู่ในอำนาจบังคับคดีตามคำพิพากษา

มาตรา ๖๘ การบัญชีของสำนักงาน กสทช. ให้จัดทำตามหลักการมาตรฐานของสภาวิชาชีพบัญชี และต้องจัดให้มีการตรวจสอบภายในเกี่ยวกับการเงิน การบัญชี และการพัสดุของสำนักงาน กสทช. ตามระเบียบที่ กสทช. กำหนด

มาตรา ๖๙ สรรพสิ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๖

``` ในกรตรวจสอบภายในตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการตรวจสอบภายในจำนวนไม่ใช่น้อยกว่าสามคนและไม่เกินห้าคน ซึ่ง กสทช. แต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความสามารถในการตรวจสอบภายในและมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 7 และมาตรา 8 และให้สำนักงาน กสทช. จัดให้เจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบภายในซึ่งมีความเหมาะสมเข้าร่วมคณะกรรมการตรวจสอบภายใน เพื่อทำหน้าที่ช่วยคณะกรรมการตรวจสอบภายในในการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ให้คณะกรรมการตรวจสอบภายในมีอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ และให้ กสทช. เลขาธิการ กสทช. และพนักงานของสำนักงาน กสทช. อำนวยความสะดวกแก่คณะกรรมการตรวจสอบภายในและเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบภายในตามที่ร้องขอ ให้คณะกรรมการตรวจสอบภายในแจ้งผลการตรวจสอบต่อ กสทช. ทุกหนึ่งร้อยแปดสิบวัน วาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง และการประชุมของคณะกรรมการตรวจสอบภายในให้เป็นไปตามระเบียบที่ กสทช. กำหนด

มาตรา 5 ให้สำนักงาน กสทช. จัดทำบัญชี งบการเงิน และบัญชีการส่งผู้สอบบัญชีภายในกรณีจำเป็นเพิ่มเติมในบัญชี

ในกรณีที่มีการจัดทำบัญชี ให้สำนักงาน กสทช. จัดส่งบัญชีและงบการเงินให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบและรับรองบัญชีและงบการเงินดังกล่าว โดยให้สำนักงาน กสทช. จัดส่งบัญชีและงบการเงินพร้อมทั้งรายงานผลการตรวจสอบของผู้สอบบัญชีให้ กสทช. และให้คณะกรรมการตรวจสอบภายในตรวจสอบบัญชีและงบการเงินดังกล่าวก่อนที่จะนำเสนอต่อ กสทช. คณะรัฐมนตรี และรัฐสภา ให้สำนักงาน กสทช. ออกระเบียบเกี่ยวกับการจัดทำบัญชีและงบการเงินและการตรวจเงินแผ่นดิน ในเวลาใด ๆ ที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจพบว่าการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินของสำนักงาน กสทช. ไม่เกิดประสิทธิผล หรือเป็นการฟุ่มเฟือยเกินสมควรหรือการดำเนินการใดไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะ ให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินแจ้งให้ กสทช. ทราบ พร้อมทั้งข้อเสนอแนะ และให้ กสทช. ดำเนินการปรับปรุงแก้ไข หรือระงับการดำเนินการตามความเหมาะสมภายในระยะเวลาที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินกำหนด

หมวด 6

การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินการและการบริหารงาน

มาตรา 10 ให้มีคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของ กสทช. ประกอบด้วยประธานกรรมการหนึ่งคนและกรรมการอื่นอีกหกคน ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในด้านต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

(1) เป็นผู้ที่มีผลงานและความเชี่ยวชาญในด้านการบริหารกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ หรือกิจการโทรคมนาคม จำนวนคนหนึ่ง (2) (b) เป็นผู้ที่มีผลงานหรือมีความรู้ และมีความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ด้านกิจการโทรคมนาคม จำนวนหนึ่งคน

(ค)

เป็นผู้ที่มีผลงานและประสบการณ์ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค จำนวนหนึ่งคน

(ง)

เป็นผู้ที่มีผลงานและประสบการณ์ด้านการส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชน จำนวนหนึ่งคน ให้ประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นผู้แต่งตั้งบุคคลดังกล่าวที่ได้รับการเสนอชื่อจากหน่วยงานหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องกับกิจการโทรคมนาคม เพื่อทำหน้าที่ในฐานะกรรมการตามวาระการดำรงตำแหน่งต่อไป ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคกำหนด ให้ผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการประชุมร่วมกันเพื่อคัดเลือกผู้สมควรเป็นประธานกรรมการ

มาตรา 17/4 กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสามปี และจะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้

กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานที่ต้องเป็นกรรมการ กสทช. อนุกรรมการ เลขาธิการ กสทช. พนักงานหรือลูกจ้างของสำนักงาน กสทช. และให้ความตามในมาตรา 7 และมาตรา 20 (1) (3) (4) และ (5) ให้บังคับโดยอนุโลม ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานว่างลง ให้ดำเนินการคัดเลือกกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานแทนตำแหน่งที่ว่างลงให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ทั้งนี้ ให้ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกแทนตำแหน่งที่ว่างลงดำรงตำแหน่งได้เท่ากับวาระการดำรงตำแหน่งที่เหลืออยู่ของกรรมการที่ตนแทน นอกจากกรณีพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ให้กรรมการเท่าที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ และให้ถือว่าคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานประกอบด้วยกรรมการเท่าที่เหลืออยู่ เว้นแต่คณะกรรมการเหลืออยู่ไม่ถึงสามคน เมื่อพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ให้กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานต้องพ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุอื่นนอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ให้สำนักงาน กสทช. มีหนังสือแจ้งให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรในระยะเวลาสามสิบวันนับแต่วันที่ผู้ที่มีเหตุอื่นจากตำแหน่ง โดยให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรดำเนินการคัดเลือกกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างลงภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง และให้ผู้ได้รับการคัดเลือกดำรงตำแหน่งเท่ากับวาระการดำรงตำแหน่งที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งตนแทน วิธีการประชุมและการดำเนินงานเป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานกำหนด ประธานกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานเป็นผู้ลงนามในหนังสือราชการของคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน ประธานกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานไม่เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการจัดตั้งเสร็จในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

มาตรา 17 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการประกอบกิจการโทรคมนาคม วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

มาตรา ๗๖ ให้คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน มีอำนาจหน้าที่ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินการและการบริหารงานของ กสทช. กทค. กทป. สำนักงาน กสทช. และเลขาธิการ กสทช. แล้วนำส่งผลให้ กสทช. ทราบภายในเก้าสิบวันนับแต่สิ้นปีบัญชี และให้ กสทช. นำรายงานดังกล่าวเสนอคณะรัฐมนตรีรายงานการปฏิบัติงานประจำปีของ กสทช. ตามมาตรา ๗๒ และเปิดเผยรายงานดังกล่าวให้ประชาชนทราบทางระบบเครือข่ายสารสนเทศของสำนักงาน กสทช. หรือวิธีการอื่นตามที่เห็นสมควร

การประเมินผลการดำเนินการที่ต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและข้อมูลที่ถูกต้องมีการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียประกอบด้วย คณะกรรมการอาจมอบหมายให้หน่วยงานหรือองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญเป็นผู้รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และประเมินผลเพื่อประโยชน์ในการจัดทำรายงาน

มาตรา ๗๗ รายงานตามมาตรา ๗๖ อย่างน้อยจะต้องมีเนื้อหา ดังต่อไปนี้

(ก)

ผลการปฏิบัติงานของ กสทช. กทค. กทป. สำนักงาน กสทช. และเลขาธิการ กสทช.

(ข)

รายงานข้อเท็จจริงหรือข้อสังเกตจากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของ กสทช. ในส่วนที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพและความสอดคล้องกับนโยบายของรัฐธรรมนูญ พร้อมทั้งความเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติงานดังกล่าว

(ค)

ความเห็นเกี่ยวกับรายงานประจำปีที่ กสทช. ได้จัดทำขึ้นตามมาตรา ๗๒

(ง)

เรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของ กสทช. กทค. กทป. สำนักงาน กสทช. และเลขาธิการ กสทช. ให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกแก่คณะกรรมการในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๗๖ และมาตรา ๗๗

หมวด ๗

ความสัมพันธ์กับรัฐบาลและรัฐสภา

มาตรา ๗๘ ในการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ กสทช. ต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับนโยบายที่คณะรัฐมนตรีเสนอให้รัฐสภา และต้องสอดคล้องกับนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

มาตรา ๗๙ ในกรณีที่จะต้องจัดการหรือทำความตกลงเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลหรือองค์การระหว่างประเทศอื่น กสทช. ต้องดำเนินการโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี กิจการโทรคมนาคม กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคม หรือกิจการอื่นที่เกี่ยวข้อง กสทช. และสำนักงาน กสทช. มีหน้าที่ต้องให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกแก่รัฐบาลในการดำเนินการดังกล่าว

มาตรา ๘๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับดูแลการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐

มาตรา ๗๖ ให้ กสทช. จัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีในด้านการบริหารคลื่นความถี่ กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม แล้วเสนอให้ ซึ่งจะแสดงรายละเอียดแผนงานและผลการปฏิบัติงาน รายละเอียดเกี่ยวกับการบริหารคลื่นความถี่ การจัดการคลื่นความถี่ การประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม แล้วแต่กรณี และแผนการดำเนินงานในปีต่อไปเสนอคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา ภายในหกเดือนนับแต่วันสิ้นปีบัญชี และเปิดเผยต่อสาธารณชนด้วย

รายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีตามวรรคหนึ่งอย่างน้อยต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

(๑)

ผลงานของ กสทช. ในปีที่ผ่านมาเมื่อเปรียบเทียบกับแผนงานและเป้าหมายที่กำหนดไว้

(๒)

แผนงาน โครงการ และแผนงบประมาณสำหรับปีถัดไป

(๓)

งบการเงินและรายงานของผู้สอบบัญชี รายงานการตรวจสอบภายใน

(๔)

ปัญหาและอุปสรรคในการประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมประเภทต่าง ๆ ที่มีความสำคัญต่อประชาชน

(๕)

คุณภาพและอัตราค่าบริการโทรคมนาคมประเภทต่าง ๆ ที่มีความสำคัญต่อประชาชน

(๖)

ประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการพิจารณาเรื่องร้องเรียนของผู้บริโภค

(๗)

ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการกำกับดูแลกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมประเภทต่าง ๆ รวมทั้งข้อเสนอแนะเพื่อประโยชน์ของรัฐและลักษณะเป็นการสอบกิจการที่มีผลกระทบต่อทางสังคมที่มีผลกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ นายกรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา อาจขอให้ กสทช. หรือเลขาธิการ กสทช. แล้วแต่กรณี ชี้แจงการดำเนินงานในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นหนังสือหรือไปชี้แจงด้วยวาจาก็ได้

หมวด ๘

บทกำหนดโทษ

มาตรา ๗๗/๑ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๒/๑ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท

มาตรา ๗๗/๒ ผู้ประกอบกิจการตามมาตรา ๓๑ วรรคสอง แล้วไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในใบอนุญาตหรือไม่แก้ไขปรับปรุงให้เป็นไปตามมาตรฐานเทคโนโลยีที่ กสทช. กำหนด ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าสิบล้านบาท และปรับอีกวันละไม่เกินหนึ่งล้านบาทตลอดเวลาที่ยังไม่ปฏิบัติให้ถูกต้อง

มาตรา ๗๗/๓ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕

มาตรา ๑๗/๕๐ ผู้ใดใช้คลื่นความถี่เพื่อกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ หรือกิจการโทรคมนาคม โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๑๑ วรรคหนึ่ง ผู้นั้นต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดตามมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑ หรือตามมาตรา ๖๗ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ แล้วแต่กรณี

มาตรา ๑๗/๕๑ พนักงานเจ้าหน้าที่ กสทช. หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจาก กสทช. ที่รู้หรือได้รับแจ้งจากบุคคลใดว่ามีการใช้คลื่นความถี่ในกิจการใดที่ไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๑๑ วรรคหนึ่ง ให้มีอำนาจดำเนินการบังคับการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ และอาจกระทำหรือจดในการกระทำหนึ่งหรือหลายอย่างดังต่อไปนี้ตามความเหมาะสม พนักงานเจ้าหน้าที่ กสทช. หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจาก กสทช. ที่กระทำการดังกล่าว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

บทเฉพาะกาล

มาตรา ๘๐ ในระหว่างที่ยังไม่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการพระราชบัญญัติผู้ดำเนินการให้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติตามที่แต่งตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับดูแลกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปในฐานะ กสทช. ตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบเช่นเดียวกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ที่ได้เป็นไปตามกฎหมายดังกล่าว

เมื่อ กสทช. ได้รับการแต่งตั้งแล้ว ให้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติตามวรรคหนึ่ง เป็นอันพ้นจากหน้าที่

มาตรา ๘๑ ให้คณะกรรมการตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑ คณะกรรมการตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติที่จัดตั้งตามมาตรา ๖๐ แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับดูแลกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ หมายความถึง กสทช. ตามพระราชบัญญัตินี้

ให้บรรดาอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรี อธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลข และเจ้าพนักงานอื่นใดในอุปการะตามกฎหมายว่าด้วยวิทยุคมนาคมเป็นอำนาจหน้าที่ของ กสทช. ตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๘๒ เมื่อมีการแต่งตั้ง กสทช. แล้ว ให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐหรือบุคคลใดที่ได้รับจัดสรรคลื่นความถี่หรือได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับดำเนินการแจ้ง

ทั้งนี้ ยกเว้นแต่ในกรณีที่โดยพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับดูแลกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๓ รายละเอียดการใช้ประโยชน์คลื่นความถี่ รวมทั้งเหตุแห่งความจำเป็นในการถือครองคลื่นความถี่ต่อ กสทช. ตามหลักเกณฑ์ และระยะเวลาที่ กสทช. กำหนด ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานของรัฐ แจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญา รวมถึงการให้บุคคลอื่นใช้คลื่นความถี่หรือคำตอบแทนต่าง ๆ ตามการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญานั้น ต่อ กสทช. ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ กสทช. กำหนด และให้ กสทช. มีอำนาจตรวจสอบการใช้คลื่นความถี่ตามการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญานั้น พร้อมทั้งเปิดเผยข้อมูลและผลการตรวจสอบให้สาธารณชนทราบ

มาตรา 53 ผู้ได้รับจัดสรรคลื่นความถี่หรือได้รับคลื่นความถี่เพื่อการประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ที่ต้องตามกฎหมาย อยู่ในบังคับพระราชบัญญัตินี้และได้ปฏิบัติตามมาตรา 26 แล้ว ให้ต้องได้รับอนุญาตจาก กสทช. ตามพระราชบัญญัตินี้ และให้ กสทช. กำหนดอายุใบอนุญาตคลื่นความถี่หรือใส่คลื่นความถี่นั้นปฏิบัติตามระยะเวลาที่บัญญัติ กฎหมายอื่นและตามหลักเกณฑ์ที่ กสทช. กำหนด ทั้งนี้ นอกจากข้อกำหนดที่เกี่ยวกับการจัดสรรคลื่นความถี่ตามพระราชบัญญัตินี้

ความในมาตรา 44/1 มีให้ใช้บังคับกับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจที่ดำเนินการส่งคลื่นวิทยุให้ผู้อื่นประกอบกิจการโดยการอนุญาต สัมปทาน หรือตามสัญญาที่ต้องตามกฎหมาย และให้ผู้ได้รับอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญาประกอบกิจการต่อไปได้เฉพาะในช่วงระยะเวลาที่เหลืออยู่ตามการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญานั้น ให้ กสทช. กำหนดระยะเวลาที่เหมาะสมในการให้ผู้ได้รับจัดสรรคลื่นความถี่หรือได้รับคลื่นความถี่เพื่อการประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ที่ต้องตามกฎหมายไปดำเนินการเปลี่ยนแปลงการบริหารคลื่นความถี่ตามพระราชบัญญัตินี้ โดยคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะและความคุ้มค่าของการใช้คลื่นความถี่ และให้ผู้ได้รับจัดสรรคลื่นความถี่หรือได้รับคลื่นความถี่เพื่อการประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ที่ต้องตามกฎหมายปฏิบัติตามมาตรา 26 มาตราก่อนการประกอบอาชีพ

มาตรา 54 ผู้ได้รับจัดสรรคลื่นความถี่หรือได้รับคลื่นความถี่เพื่อกิจการโทรคมนาคมที่ต้องตามกฎหมายอยู่ในบังคับพระราชบัญญัตินี้และได้ปฏิบัติตามมาตรา 26 แล้ว ให้ต้องได้รับอนุญาตจาก กสทช. ตามพระราชบัญญัตินี้ และให้ กสทช. กำหนดอายุใบอนุญาตคลื่นความถี่หรือใส่คลื่นความถี่นั้นปฏิบัติตามระยะเวลาที่บัญญัติ กฎหมายอื่นและตามหลักเกณฑ์ที่ กสทช. กำหนด ทั้งนี้ นอกจากข้อกำหนดที่เกี่ยวกับการจัดสรรคลื่นความถี่ตามพระราชบัญญัตินี้

ความในมาตรา 44/1 มีให้ใช้บังคับกับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจที่ดำเนินการส่งคลื่นวิทยุให้ผู้อื่นประกอบกิจการโดยการอนุญาต สัมปทาน หรือตามสัญญาที่ต้องตามกฎหมาย และให้ผู้ได้รับอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญาประกอบกิจการต่อไปได้เฉพาะในช่วงระยะเวลาที่เหลืออยู่ตามการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญานั้น เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้รัฐวิสาหกิจนำรายละเอียดการประกอบการในส่วนที่ได้รับจากการให้อญุญาต สัมปทาน หรือสัญญาที่ต้องตามกฎหมาย

มาตรา 55 วรรคสอง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561

มาตรา 55 วรรคสาม แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561

รัฐวิสาหกิจให้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะได้ดำเนินการทั้งหมดหรือบางส่วน โดยให้พิจารณาดำเนินการต่อไปนี้แล้วแต่กรณีให้เสร็จ กสทช. และให้ กสทช. นำส่งเงินจำนวนดังกล่าวเข้าบัญชีเงินฝากคลังต่อไป

(๑)

ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการ เฉพาะในส่วนที่ต้องการนำรายได้ให้เกิดจากการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญา

(๒)

ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการ เฉพาะในส่วนที่ต้องการนำรายได้ให้เกิดจากการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญา

(๓)

ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการตามมาตรการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญา ตามที่กระทรวงการคลังกำหนด ให้ กสทช. กำหนดระยะเวลาที่แน่นอนในการให้ผู้ได้รับจัดสรรคืนความถี่หรือใช้คลื่นความถี่คืนความถี่เดิมที่จำเป็นนำไปจัดสรรใหม่หรือปรับปรุงการใช้คลื่นความถี่ที่กำหนดไว้ในแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ตามมาตรา ๔๕ โดยให้ความร่วมมือมาตรา ๕๓ วรรคสาม มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ๕๔ ในกรณีเริ่มแรกที่ให้บังคับบัญญัติมาตรา ๔๕ ในส่วนที่เกี่ยวกับการจัดโทรคมนาคมแห่งชาติและการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคมตามมาตรา ๕๐ นั้น ให้ กสทช. จะประกาศให้ใช้ระบบการรับส่งสัญญาณวิทยุโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลแล้ว

ระยะเวลาที่กำหนดไว้ในมาตรา ๔๕ วรรคสอง และ วรรคสาม แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินการให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนได้ดำเนินความถี่ในกิจการโทรทัศน์ก่อน หลังจากประกาศในแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่แล้ว ในช่วงเวลาที่มิได้ประกาศให้ใช้ระบบการรับส่งสัญญาณวิทยุโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลให้ กสทช. จัดสรรคลื่นความถี่ที่อาจประยุกต์ใช้ได้ในกิจการโทรทัศน์ในการจัดสรรความถี่ในพื้นที่ที่มีความจำเป็นพอที่จะดำเนินการจัดสรรได้

มาตรา ๕๕ ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมภายใต้พระราชบัญญัติการโทรคมนาคมแห่งชาติต้องมอบให้ดำเนินการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคมตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ (ก่อนที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ) ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำส่งค่าธรรมเนียมที่ต้องนำส่งเข้ากองทุนตามมาตรา ๕๕ วรรคสอง ทั้งนี้สุดระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในประกาศของ กสทช. และให้ถือว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม

มาตรา ๕๖ บรรดาใบอนุญาตที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. ๒๔๙๘ หรือพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ ตามพระราชบัญญัติประกอบกิจการกระจายเสียง

และกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑ และพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ส่งให้ได้ไปตามวาระสิ้นสุด และให้ถือว่าเป็นอนุญาตที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ โดยให้ กสทช. กำกับดูแลให้ผู้ได้รับใบอนุญาตปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง และตามหลักเกณฑ์ที่ กสทช. กำหนด ใบอนุญาตใดตามวรรคหนึ่งที่กำลังมีผลในการถือครองหรือใช้คลื่นความถี่และได้กำหนดระยะเวลาไว้แล้วตามวรรคหนึ่ง ให้ดำเนินการไปตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตดังกล่าว โดยให้ถือความในมาตรา ๓๕ วรรคสามไม่ให้นำมาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ๔๔ ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ กสทช. ออกใบอนุญาตให้ได้ตามความมุ่งหมายในใบอนุญาตประกอบกิจการตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ให้แก่กิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์สาธารณะ แห่งประเทศไทยตามลักษณะและประเภทของการประกอบกิจการ รวมทั้งขอบเขตการให้บริการที่มีอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

การให้ใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งต้องกำหนดเงื่อนไขเพื่อประโยชน์สาธารณะและต้องกำหนดเงื่อนไขหนึ่งหรือหลายเงื่อนไขที่เกี่ยวกับแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ และต้องไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการนี้ กสทช. อาจกำหนดเงื่อนไขใด ๆ ที่จำเป็นเพื่อประโยชน์สาธารณะก็ได้ ไทยให้อยู่ภายใต้พระราชบัญญัตินี้และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งหลักเกณฑ์ที่ กสทช. กำหนด ในระหว่างที่ยังไม่ได้รับใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยประกอบกิจการต่อไปได้

มาตรา ๔๕ ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หน้าที่ หนี้ พนักงานและลูกจ้าง และเงินงบประมาณ ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติที่มีอยู่ไปเป็นของสำนักงาน กสทช. ตามพระราชบัญญัตินี้

ให้พนักงานและลูกจ้างที่ย้ายไปปฏิบัติงานกรณีที่ได้รับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง หรือค่าจ้าง รวมทั้งสิทธิและประโยชน์ต่าง ๆ เท่าที่เคยได้รับอยู่เดิมไปพลางก่อน จนกว่าจะได้รับบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในสำนักงาน กสทช. แต่จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับมอบเงินเดือนหรือค่าจ้างที่ได้รับอยู่เดิมไม่ได้ ในกรณีที่พนักงานหรือลูกจ้างผู้ใดอยู่ในทะเบียนหรือสัญญาจ้างที่มีให้กำหนดระยะเวลาการจ้าง มีให้ถือว่าการจ้างโดยไม่มีมีกำหนดระยะเวลาต่างจากสิทธิและประโยชน์เดิม วรรคสอง

มาตรา ๔๖ ในวาระเริ่มแรก ให้ดำเนินการแต่งตั้งเลขาธิการ กสทช. ตามพระราชบัญญัตินี้ก่อนที่คณะกรรมการ กสทช. จะมีมติแต่งตั้งเลขาธิการ กสทช. ตามพระราชบัญญัตินี้

ในระหว่างที่ยังไม่มีการแต่งตั้งเลขาธิการ กสทช. ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้เลขาธิการคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับทำหน้าที่เลขาธิการ กสทช. และให้มีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้เสมือนกับ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลบังคับใช้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กสทช. ไปพลางก่อน

มาตรา ๔๓ ให้โอนเงินและทรัพย์สินของกองทุนพัฒนากิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์เพื่อประโยชน์สาธารณะ และกองทุนพัฒนากิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ ที่มีอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลบังคับใช้ ไปเป็นของกองทุนตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๔๔ ให้อบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หน้าที่ ของกรมประชาสัมพันธ์ สำนักงานนายกรัฐมนตรี ในส่วนที่เกี่ยวกับอำนาจงานคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ สำนักงานนายกรัฐมนตรี ที่มีอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลบังคับใช้ไปเป็นของสำนักงาน กสทช. เช่นเดียวกับงบประมาณตามแผนงานหรือโครงการที่มีผู้ครองอยู่ให้โอนเป็นของกรมประชาสัมพันธ์ สำนักงานนายกรัฐมนตรี

มาตรา ๔๕ ข้าราชการและลูกจ้างของกรมประชาสัมพันธ์ สำนักงานนายกรัฐมนตรีและวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ในส่วนที่โอนอำนาจหน้าที่ตามมาตรา ๔๔ ให้โอนอำนาจหน้าที่ของข้าราชการและลูกจ้างดังกล่าวไปปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงาน กสทช. แต่ถ้าข้าราชการและลูกจ้างดังกล่าวไม่ประสงค์จะโอนไปปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงาน กสทช. ให้แจ้งความประสงค์ต่อหัวหน้าส่วนราชการเดิมภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ทั้งนี้ ให้ข้าราชการและลูกจ้างดังกล่าวได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างในอัตราเดิมหรือสูงกว่าที่ได้รับอยู่เดิมไม่ได้ สำหรับผู้ที่ไม่ได้แจ้งความจำนงภายในระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ให้กลับไปปฏิบัติหน้าที่ในกรมประชาสัมพันธ์ สำนักงานนายกรัฐมนตรี

ในระหว่างที่ยังไม่มี กสทช. ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ข้าราชการของ กสทช. ตามวรรคหนึ่งเป็นข้าราชการของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๓

มาตรา ๔๖ การบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการตามมาตรา ๔๕ ให้ถือว่าเป็นการให้ออกจากราชการเพราะเลิกหรือยุบตำแหน่งตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จลูกจ้าง

การบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการตามมาตรา ๔๕ ให้ถือว่าเป็นการบรรจุในตำแหน่งหรือการย้ายตำแหน่งโดยไม่มีความผิด และให้ได้รับเงินบำเหน็จบำนาญตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จลูกจ้าง

มาตรา ๔๗ ให้ประกาศระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือคำสั่งที่เกี่ยวกับตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งชัดขัดกฎหมายและมีผลบังคับใช้ในวันที่พระราชบัญญัตินี้

ใช้บังคับ ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ จนกว่าจะระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศหรือคำสั่งที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ อภิสทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี หมาเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๔๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ได้บัญญัติให้หน่วยงานของรัฐที่เป็นสื่อสารองค์กรที่ทำหน้าที่ดำเนินการจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ และมาตรา ๖๐ (๑) บัญญัติให้กฎหมายต้องกำหนดให้มีองค์กรอิสระที่มีคุณสมบัติและกรรมการเฉพาะด้านเป็นหน่วยงานทำหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่จากการกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม รวมทั้งกำหนดให้มีการจัดตั้งกองทุนพัฒนากิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนากิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน และในมาตรา ๗๘ บัญญัติให้รัฐต้องดำเนินการให้มีการจัดสรรทรัพยากรอย่างเป็นธรรม และให้มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบบริการสาธารณะเพื่อสนับสนุนการผลิตและการบริการสาธารณะ รวมทั้งการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม เพื่อพัฒนาประเทศให้สามารถแข่งขันได้ในทางเศรษฐกิจ และในมาตรา ๒๕๗ บัญญัติให้คณะกรรมการปฏิรูปประเทศมีหน้าที่จัดทำแผนการปฏิรูปประเทศในด้านต่าง ๆ รวมทั้งด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร เพื่อให้การปฏิรูปประเทศเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมายของการปฏิรูปประเทศ สมควรปรับปรุงพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ ประกาศ ณ วันที่ ๙ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๖ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๖๖"

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

หมายเหตุ :- ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๔๐/ตอนที่ ๖๔ ก/หน้า ๓/๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๖

มาตรา ๔๔ ให้กรรมการ กสทช. ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับยังคงดำรงตำแหน่งต่อไปจนครบวาระ หรือพ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุอื่น ในกรณีที่มีตำแหน่งว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใด ให้กรรมการ กสทช. ประกอบด้วยกรรมการเท่าที่มีอยู่ เว้นแต่มีกรรมการ กสทช. เหลือไม่ถึงสี่คน ให้กรรมการ กสทช. ที่เหลืออยู่เข้าทำหน้าที่แทน โดยให้ถือว่าเป็นการทำงานจากตำแหน่งตามวาระ และให้ดำเนินการแต่งตั้งกรรมการ กสทช. ตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ในระหว่างที่ยังไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการ กสทช. ดังกล่าว ให้กรรมการ กสทช. ที่เหลืออยู่เลือกกรรมการ กสทช. คนหนึ่งทำหน้าที่ประธานกรรมการ กสทช. ต่อไป

ในกรณีที่ผู้พ้นจากตำแหน่งตามวรรคหนึ่งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ กสทช. ให้กรรมการ กสทช. ที่เหลืออยู่เลือกกรรมการ กสทช. คนหนึ่งทำหน้าที่ประธานกรรมการ กสทช. ต่อไป มีใบกำกับบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งอื่นใดอ้างถึงคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ และคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ให้ถือว่าอ้างถึงคณะกรรมการ กสทช. ตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๔๕ ให้คณะรัฐมนตรีจัดตั้งกรรมการพิจารณาพระราชบัญญัตินี้

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ได้มีประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติเรื่องการกำหนดแนวทางและวิธีการปฏิรูปประเทศด้านต่าง ๆ เพื่อให้การปฏิรูปประเทศด้านการบริหารจัดการคลื่นความถี่และการกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมยิ่งขึ้น จึงกำหนดให้มีการปรับปรุงโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติให้เหมาะสมกับสถานการณ์และบริบทต่าง ๆ ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมต่อแนวทางการพัฒนาตามแผนแม่บทระดับชาติ และปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศ ระบบเทคโนโลยีแล้ว จึงต้องแก้กฎหมายให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนระดับชาติดังกล่าว ประกอบกับเทคโนโลยีเกี่ยวกับการจัดสรรคลื่นความถี่ในปัจจุบันมีความเจริญก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น และเพื่อให้การใช้บังคับกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิด ประโยชน์ต่อสังคมรวมและสาธารณชนมากยิ่งขึ้น กอปรกับเป็นการปรับปรุงโครงสร้างทางกฎหมาย ให้เหมาะสมกับสภาพปัจจุบันเรื่องดังกล่าว สมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562

มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา 27 บรรดาใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ที่ออกตามพระราชบัญญัติองค์กร จัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ใช้ได้ไปจนกว่าจะสิ้นสุด ในอายุของใบอนุญาตนั้น เว้นแต่จะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

ให้ กสทช. มีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์การกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ หรือ กิจการโทรคมนาคม ประเภทบริการสาธารณะให้ ผู้ได้รับใบอนุญาตดังกล่าวต้องปฏิบัติตามธรรมาภิบาล ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการ กระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการโทรคมนาคม แล้วแต่กรณี

มาตรา 102 ให้ กสทช. มีอำนาจประกาศกำหนดหลักเกณฑ์การกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ หรือกิจการโทรคมนาคม ประเภทบริการสาธารณะได้ ทั้งนี้ ผู้ได้รับใบอนุญาตดังกล่าวต้องปฏิบัติตามมาตรา 63 และมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553

สิ้นสุดลงภายใต้เงื่อนไขตามที่ได้ระบุในใบอนุญาตที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการดังกล่าวนั้นไม่ว่า จะต้องสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการ ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ที่ออกตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ หรือกิจการโทรคมนาคม เพิ่มเติมตามวรรคสองให้ถือว่าใบอนุญาตดังกล่าวเป็นใบอนุญาตที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการโทรคมนาคม แล้วแต่กรณี

มาตรา ๒๙ ให้อนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับได้จนกว่าจะได้ตามที่กำหนดในมาตรา ๔๘ แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๓๐ ในระยะเริ่มแรก มีเหตุผลสมควรที่ กสทช. การอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ มาตรา ๔๕ มาตรา ๔๖ มาตรา ๔๗ มาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ มาตรา ๕๐ มาตรา ๕๑ และมาตรา ๕๒ และส่วนที่ ๔ การกำกับการประกอบกิจการ มาตรา ๕๔ มาตรา ๕๕ ในหมวด ๒ การกำกับดูแลการประกอบกิจการ และมาตรา ๕๖ (๑) มาตรา ๕๗ มาตรา ๕๘ วรรคสอง และมาตรา ๕๙ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ และมาตรา ๒๘ และมาตรา ๒๙ ให้บังคับใช้กับ กสทช. จะมีความพร้อมที่จะดำเนินการตามบทบัญญัติดังกล่าว และให้เสนอให้แก่กรรมาธิการพระราชบัญญัติ กำหนดให้บังคับใช้บทบัญญัติดังกล่าว

เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการคลื่นความถี่และการกำกับการประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ให้ กสทช. จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตามความเหมาะสม และนำข้อคิดเห็นที่ได้รับมาประกอบการพิจารณา ให้ กสทช. จัดทำแผนการดำเนินการและกำหนดกรอบระยะเวลาในการตราพระราชกฤษฎีกาอย่างชัดเจน และให้มีการรายงานผลการเตรียมความพร้อมตามกรอบระยะเวลาให้คณะรัฐมนตรีและรัฐสภาร่วมกันพิจารณาต่อเนื่องเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

มาตรา ๓๑ ให้ระเบียบว่าด้วยการกำหนดค่าอนุญาตและค่าใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สรรหาและการปฏิบัติงานของคณะกรรมการตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ยังคงมีผลใช้บังคับต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรร

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คดีและความสืบเนื่องกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัตินี้ จนกว่าจะระยะเปลี่ยนเพื่อกำหนดค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายอื่นในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานที่จัดตั้งตามมาตรา ๑๒ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ใช้บังคับ

มาตรา ๑๑๐ ให้คณะรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๖๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้รัฐต้องรักษาไว้ซึ่งคลื่นความถี่และสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมอันเป็นสมบัติของชาติ และการจัดให้มีการใช้ประโยชน์จากคลื่นความถี่ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและประเทศชาติ ประกอบกับมาตรา ๗๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้รัฐต้องดำเนินการให้มีการจัดสรรทรัพยากรอย่างเป็นธรรมและเกิดประโยชน์สูงสุดตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ เป็นองค์กรอิสระซึ่งมีบทบาทในการดำเนินการจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว รวมทั้งการกำกับดูแลการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมให้มีการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม และการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคจากการใช้บริการดังกล่าว แต่การดำเนินการขององค์กรดังกล่าวยังไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ จึงสมควรปรับปรุงกฎหมายให้ชัดเจนเสียใหม่เพื่อให้การใช้คลื่นความถี่ได้พัฒนาชั้น สมควรปรับปรุงการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เสียใหม่เพื่อให้การใช้คลื่นความถี่เกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากนั้นเพื่อประโยชน์ในการแจ้งเหตุฉุกเฉินที่ต้องการความช่วยเหลือของประชาชน สมควรกำหนดให้มีเลขหมายโทรศัพท์ฉุกเฉินแห่งชาติ เพื่อให้การรับแจ้งเหตุฉุกเฉินมีประสิทธิภาพสูงสุด จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ ไม่มี 텍스트가 추출되었습니다.