로고

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. เป็นปีที่ ๔๗ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๕

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕”

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓ ให้ยกเลิก

(ก)

พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พุทธศักราช ๒๔๘๔

(ข)

พระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๔

(ค)

พระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๐

(ง)

พระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๘

(จ)

พระราชบัญญัติการควบคุมการใช้อาคารระเบียบปฏิบัติ พุทธศักราช ๒๔๘๔

(ฉ)

พระราชบัญญัติการควบคุมการใช้อาคารระเบียบปฏิบัติ (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๕

(ช)

พระราชบัญญัติการควบคุมการใช้อาคารระเบียบปฏิบัติ (ฉบับที่ ๓) พุทธศักราช ๒๔๘๗

มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้

“สิ่งปฏิกูล” หมายความว่า อุจจาระหรือปัสสาวะ และหมายความรวมถึงสิ่งอื่นซึ่งเป็นสิ่งโสโครกหรือสิ่งที่สกปรกเหม็น *ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๙/ตอนที่ ๓๓/หน้า ๒๐/๕ เมษายน ๒๕๓๕ "มูลฝอย" หมายความว่า เศษกระดาษ เศษผ้า เศษอาหาร เศษสินค้า เศษวัสดุ ถุงพลาสติก ภาชนะที่ใช้ห่อหุ้ม เศษ มูลสัตว์ ซากสัตว์ หรือสิ่งอื่นใดที่เก็บกวาดจากถนน ตลาด ที่เลี้ยงสัตว์ หรือที่อื่น และหมายความรวมถึงมูลฝอยติดเชื้อ มูลฝอยเป็นพิษหรืออันตรายจากชุมชนด้วย "ที่รองการกระจาย" หมายความว่า สถานที่ที่รองการซึ่งไม่มีใบอนุญาตและประชาชนสามารถใช้ประโยชน์หรือใช้สอยได้ "อาคาร" หมายความว่า บ้าน เรือน โรง ร้าน แพ คลังสินค้า สำนักงานหรือสิ่งปลูกสร้างอื่นอย่างอื่นซึ่งบุคคลอาจเข้าอยู่หรือเข้าใช้สอยได้ "ตลาด" หมายความว่า สถานที่ซึ่งจัดตั้งให้ผู้ค้าได้มีโอกาสนำสินค้าประเภทสดๆ เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ หรืออาหารอื่นมาจำหน่ายในของสด ประกอบการปรุงแต่งหรือของเสียอื่นๆ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะมีการจำหน่ายสินค้าประเภทดังกล่าวหรือไม่ก็ตาม และหมายความรวมถึงบริเวณจัดไว้สำหรับให้บุคคลใช้เป็นชุมชนเพื่อจำหน่ายสินค้าประเภทดังกล่าวเป็นประจำหรือเป็นครั้งคราวหรือสถานที่ที่กำหนด "สถานที่สะสมอาหาร" หมายความว่า อาคาร สถานที่ หรือบริเวณใดๆ ที่มีไว้หรือทางสาธารณะ ตั้งไว้เพื่อประกอบอาหารหรือปรุงอาหารจนสำเร็จและพร้อมจำหน่ายหรือบริโภคได้ทันที ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการจำหน่ายโดยจัดให้มีเงินไม่ใช้สำหรับบริโภค ณ นั้น หรือ นำไปบริโภคที่อื่นก็ตาม "สถานที่สะสมอาหาร" หมายความว่า อาคาร สถานที่ หรือบริเวณใดๆ ที่มีไว้หรือทางสาธารณะ ตั้งไว้สำหรับเก็บอาหารหรือมีสถานที่เพื่อเก็บอาหารในรูปสินค้าเพื่อจำหน่ายในประเทศหรือส่งไปต่างประเทศ หรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศหรือรูปสินค้าเพื่อบริโภคในประเทศ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา “เจ้าพนักงานสาธารณสุข” หมายความว่า เจ้าพนักงานซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการสาธารณสุข “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ [คำว่า “ข้อมูลข่าวลืออื่น” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2560]

มาตรา 4 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งเจ้าพนักงานสาธารณสุข กำหนดกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมหรือยกเว้นค่าธรรมเนียม และกำหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

หมวด 1

บททั่วไป

มาตรา 5 เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการมีอำนาจออกกฎกระทรวงดังต่อไปนี้

(ก)

กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และมาตรการในการควบคุมดูแลกิจการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ ตามพระราชบัญญัตินี้

(ข)

กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และมาตรการในการควบคุมดูแล หรือแก้ไขสิ่งที่จะมีผลกระทบต่อสภาวะความเป็นอยู่ที่เหมาะสมกับการดำรงชีวิตของประชาชน กฎกระทรวงตามวรรคหนึ่งจะกำหนดให้ใช้บังคับในการจำกัดปกทุกท้องถิ่นหรือให้บังคับเฉพาะท้องถิ่นใดท้องถิ่นหนึ่งก็ได้ และในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนอาจระบุเหตุผลไว้เพื่อเป็นรายละเอียดตามหลักเกณฑ์วิธีการหรือเงื่อนไขอื่น ซึ่งมิอาจกำหนดในลักษณะการกำหนดหลักเกณฑ์ทั่วไปได้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการและประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา 6 เมื่อมีการออกกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 5 ใช้บังคับในท้องถิ่นใดให้ราชการส่วนท้องถิ่นนั้นหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินการตามกฎกระทรวงดังกล่าวมีอำนาจออกข้อบังคับ เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามกฎกระทรวงดังกล่าวได้ โดยต้องไม่ขัดหรือแย้งกับกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 5 และกำหนดรายละเอียดการดำเนินการในเขตท้องถิ่นนั้นให้เป็นไปตามกฎกระทรวงดังกล่าวได้

[มาตรา 5 และมาตรา 6 แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2560] ข้อบัญญัติท้องถิ่นใดขัดหรือแย้งกับกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๖ ให้บังคับตามกฎกระทรวงนั้น ทั้งนี้ เว้นแต่ในกรณีที่มีสาระสำคัญเป็นเรื่องเฉพาะถิ่นซึ่งกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๖ ไม่อาจใช้บังคับได้จึงออกข้อบัญญัติท้องถิ่นในเรื่องใดหรือพร้อมกับเรื่องเดียวกันกับกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๖ โดยมิได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการและได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรี [คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐]

มาตรา ๘ ในกรณีที่เกิดภัยหรือเหตุอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนอันป้องกันมิได้โดยเร่งด่วนต่อสาธารณสมบัติอยู่ในเขตอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองสิ่งนั้นกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อป้องกันความเสียหายเกิดความเสียหายอันอาจจะมีแก่การสาธารณสุขหรือให้รื้อหรือทำลายสิ่งใด ๆ เพื่อแก้ไขหรือป้องกันความเสียหายเช่นนั้นเท่าที่เห็นสมควร

บุคคลซึ่งได้รับคำสั่งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่ไม่มีปฏิบัติตามคำสั่งภายในระยะเวลาตามสมควร อธิบดีกรมอนามัยจะสั่งให้เจ้าพนักงานสาธารณสุขปฏิบัติการแทนได้ ทั้งนี้ เพื่อป้องกันความเสียหายดังกล่าวนั้นเท่าที่เห็น ในกรณีให้เจ้าพนักงานสาธารณสุขปฏิบัติการแทนดังกล่าวข้างต้น ให้เจ้าพนักงานสาธารณสุขมีอำนาจเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการนั้นจากบุคคลซึ่งได้รับคำสั่งดังกล่าวนั้น และบุคคลดังกล่าวต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด จังหวัดหนึ่งให้ดำเนินการเพื่อการสาธารณสุขของประชาชนในกรณีฉุกเฉินในเขตท้องที่ของจังหวัดนั้น

มาตรา ๘/๑ ในการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา ๗ วรรคหนึ่ง อธิบดีกรมอนามัย อาจให้คณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัดหรือคณะกรรมการสาธารณสุขกรุงเทพมหานครตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือให้ความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาโดยไม่ชักช้า

หมวด ๒

คณะกรรมการสาธารณสุข

มาตรา ๙ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการสาธารณสุข” ประกอบด้วยปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานกรรมการ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ อธิบดีกรมควบคุมโรค อธิบดีกรมอนามัย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง อธิบดีกรมปศุสัตว์ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม อธิบดีกรมเจ้าท่า อธิบดีกรมการขนส่งทางบก อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค นายกสภาวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับการสาธารณสุขซึ่งมีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้เป็นสภาวิชาชีพตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพนั้น ๆ และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจำนวนไม่เกินห้าคนเป็นกรรมการ

[มาตรา ๙ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐] ความสามารถหรือประสบการณ์ในด้านกฎหมายการสาธารณสุข การอนามัยสิ่งแวดล้อม และการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นกรรมการให้ถือว่าผู้นั้นมีความซื่อสัตย์เป็นธรรมการและสุจริต

มาตรา 10 ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(1) เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีในการกำหนดนโยบาย แผนงานและมาตรการการสาธารณสุข และพิจารณาให้ความเห็นในเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับการสาธารณสุขที่รัฐมนตรีขอรับความเห็น (2) ศึกษา วิเคราะห์และให้ความเห็นต่อรัฐมนตรีในการปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ และคำสั่งเกี่ยวกับการสาธารณสุข (3) ให้คำแนะนำต่อรัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวง และต่อราชการส่วนท้องถิ่นในการออกข้อบัญญัติท้องถิ่น (4) ให้คำปรึกษาแนะนำแก่เจ้าพนักงานท้องถิ่นในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ (5) กำหนดโครงการและประสานงานระหว่างส่วนราชการและราชการส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ (6) ควบคุม ตรวจสอบการปฏิบัติงานที่เกี่ยวส่วนราชการที่เกี่ยวข้องหรือการปฏิบัติการตามกฎหมายโดยเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือรัฐมนตรี (7) ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานของคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัดและคณะกรรมการสาธารณสุขกรุงเทพมหานครในการปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัตินี้ และตามที่รัฐมนตรีกำหนดให้ (8) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่พระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ [คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560]

มาตรา 11 ในกรณีที่ปรากฏแก่คณะกรรมการ คณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด หรือคณะกรรมการสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร ว่าราชการส่วนท้องถิ่นหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีเหตุอันควรเข้าไปดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้คณะกรรมการ คณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด หรือคณะกรรมการสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร แจ้งข้อมูลข่าวสารกับบุคคลปฏิบัติราชการส่วนท้องถิ่น หรือเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น เพื่อให้ราชการส่วนท้องถิ่นหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่นดำเนินการแก้ไขปรับปรุงหรือดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ให้เหมาะสม

มาตรา 12 กรรมการที่พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระต้องมิใช่กรรมการที่พึ่งพ้นจากตำแหน่งอันอาจได้รับเงินค่าตอบแทน

[มาตรา 10 (2) (4) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560] [มาตรา 11 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560]

มาตรา ๑๓ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๑๒ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(ก)

ตาย

(ข)

ลาออก

(ค)

รัฐมนตรีให้ออก

(ง)

เป็นบุคคลล้มละลาย

(จ)

เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(ฉ)

ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

มาตรา ๑๔ ในกรณีที่มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในระหว่างที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมิใช่ลักษณะกรณีอยู่ในตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งเพื่อแทนตำแหน่งที่ว่างลงหรือเพื่อเพิ่มจำนวนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งแต่งตั้งแล้วนั้นหรือของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งแล้วแต่กรณี

มาตรา ๑๕ การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม ถ้ามีกรรมการมาไม่อยู่ในประชุม ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

การวินิจฉัยให้ถือเสียงข้างมาก ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ๑๖ ให้คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการตามที่คณะกรรมการมอบหมาย และให้นำมาตรา ๑๕ มาใช้บังคับกับการประชุมของคณะอนุกรรมการโดยอนุโลม

มาตรา ๑๗ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้คณะกรรมการมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือเรียกให้บุคคลใดมาให้ถ้อยคำ หรือให้ส่งเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องหรือวัตถุใด ๆ มาเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาได้ ในกรณีที่เห็นสมควร คณะกรรมการอาจมอบหมายให้คณะอนุกรรมการซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา ๑๖ คณะหนึ่งคณะใด เป็นผู้มีอำนาจออกคำสั่งดังกล่าวแทนคณะกรรมการเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาเรื่องที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะอนุกรรมการนั้นได้

หมวด ๒/๑

คณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัดและคณะกรรมการสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ ยังไม่มีบทบัญญัติที่เหมาะสมเกี่ยวกับการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐

มาตรา ๑๗/๑๖ ให้มีคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด ประกอบด้วย

(๑)

ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานกรรมการ

(๒)

นายกเทศมนตรี จำนวนหนึ่งคน และนายกองค์การบริหารส่วนตำบล จำนวนหนึ่งคน ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้ง เป็นกรรมการ และในกรณีที่จังหวัดใดมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้งขึ้น ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นเป็นกรรมการด้วย

(๓)

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งประธานกรรมการแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ความสามารถหรือประสบการณ์ในด้านการสาธารณสุขและการอนามัยสิ่งแวดล้อม ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ด้านการพัฒนาสังคม ด้านการศึกษา ด้านการเกษตร ด้านการอุตสาหกรรม ด้านการปกครองท้องถิ่น หรือด้านอื่นที่เกี่ยวข้อง จำนวนไม่เกินสี่คน เป็นกรรมการ ให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด เป็นกรรมการและเลขานุการ และให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแต่งตั้งข้าราชการในสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหรือเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐซึ่งปฏิบัติงานในจังหวัดนั้น จำนวนหนึ่งคน เป็นผู้ช่วยเลขานุการ

มาตรา ๑๗/๑๗ ให้มีคณะกรรมการสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย

(๑)

ปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานกรรมการ

(๒)

รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขซึ่งปลัดกระทรวงสาธารณสุขมอบหมาย รองปลัดกรุงเทพมหานครซึ่งปลัดกรุงเทพมหานครมอบหมาย ผู้อำนวยการสำนักปกครองกรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อมกรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการควบคุมโรค ผู้อำนวยการควบคุมมลพิษ ผู้อำนวยการคุณภาพน้ำ ผู้อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้อำนวยการเขต จำนวนสามคน ซึ่งปลัดกรุงเทพมหานครแต่งตั้ง และผู้แทนกรมวิชาการเกษตร ผู้แทนกรมส่งเสริมการเกษตรอย่างหนึ่ง ผู้แทนกรมปศุสัตว์ ผู้แทนกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นกรรมการ

(๓)

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งประธานกรรมการแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ความสามารถหรือประสบการณ์ในด้านการสาธารณสุขและการอนามัยสิ่งแวดล้อม ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ด้านการพัฒนาสังคม ด้านการศึกษา ด้านการเกษตร ด้านการอุตสาหกรรม ด้านการปกครองท้องถิ่น หรือด้านอื่นที่เกี่ยวข้อง จำนวนไม่เกินสี่คน เป็นกรรมการ ให้นายแพทย์สาธารณสุขกรุงเทพมหานคร เป็นกรรมการและเลขานุการ และให้นายแพทย์สาธารณสุขกรุงเทพมหานครแต่งตั้งข้าราชการในสำนักงานสาธารณสุขกรุงเทพมหานครหรือเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐซึ่งปฏิบัติงานในกรุงเทพมหานคร จำนวนหนึ่งคน เป็นผู้ช่วยเลขานุการ

มาตรา ๑๗/๑๘ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐

มาตรา ๑๗/๑๙ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐

มาตรา ๑๗/๗๓ คณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัดและคณะกรรมการสาธารณสุขกรุงเทพมหานครมีอำนาจหน้าที่ในเขตจังหวัดหรือในเขตกรุงเทพมหานคร แล้วแต่กรณี ดังต่อไปนี้

(๑)

ดำเนินการตามนโยบาย แผนงาน และมาตรการตามมาตรา ๖ (๑)

(๒)

เสนอความเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับสาธารณสุขต่อที่ประชุมรัฐมนตรี หรือคณะกรรมการสาธารณสุขแห่งชาติ

(๓)

ให้ความเห็นเกี่ยวกับการสาธารณสุขอื่นในการออกข้อบัญญัติท้องถิ่น และให้คำปรึกษาหรือสนับสนุนราชการส่วนท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่ของราชการส่วนท้องถิ่นในเขตจังหวัดหรือในเขตกรุงเทพมหานคร แล้วแต่กรณี ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ โดยสอดคล้องกับแนวทางที่คณะกรรมการกำหนด

(๔)

ประสานงาน สนับสนุน และพัฒนาศักยภาพในการดำเนินการของส่วนราชการและราชการส่วนท้องถิ่นเกี่ยวข้องตามโครงการที่คณะกรรมการกำหนด โดยคำนึงถึงหลักการมีส่วนร่วมของประชาชนด้วย

(๕)

สอดส่องหรือกำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของส่วนราชการที่มีอำนาจหน้าที่ในการปฏิบัติการตามกฎหมายเกี่ยวกับการสาธารณสุขในเขตจังหวัดหรือนครหลวงตามข้อบังคับของคณะกรรมการ

(๖)

ส่งเสริมและสนับสนุนการธำรงค์และเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการสาธารณสุขและการอนามัยสิ่งแวดล้อม

(๗)

ตรวจสอบหรือทักท้วงหรือให้ความเห็นเกี่ยวกับการบริหารราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามมาตรา ๖/๔

(๘)

ออกคำสั่งเป็นหนังสือเรียกให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดมาให้ถ้อยคำ หรือให้ส่งเอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับข้อราชการหรือใด ๆ มาให้เพื่อประกอบการพิจารณา

(๙)

ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการสาธารณสุขแห่งชาติ คณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด หรือคณะกรรมการสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร หรือคณะกรรมการมอบหมาย

มาตรา ๑๗/๗๔ การแต่งตั้ง การระดมตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการตามมาตรา ๖/๔ (๑) และ (๒) และกรรมการตามมาตรา ๖/๔ (๓) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๑๗/๗๕ การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ และการประชุมของคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด คณะกรรมการสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร และคณะอนุกรรมการที่คณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัดและคณะกรรมการสาธารณสุขกรุงเทพมหานครตั้งขึ้น ให้บังคับตามมาตรา ๑๕ และมาตรา ๑๖ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

หมวด ๓

___________________________

มาตรา ๑๘ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐

มาตรา ๑๗/๗๓ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐

มาตรา ๑๗/๗๔ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐

การจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย

มาตรา ๑๙ การเก็บ ขน หรือกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยในเขตราชการส่วนท้องถิ่นให้เป็นอำนาจของราชการส่วนท้องถิ่นนั้น

ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ราชการส่วนท้องถิ่นอาจร่วมกันจัดทำกิจการขนหรือการกำจัดมูลฝอยอื่นอันเกิดขึ้นจากการประกอบการค้าหรือกิจการอื่นเพื่อประโยชน์สาธารณะโดยร่วมกับรัฐ รัฐบาลหรือองค์กรของภาครัฐหรือเอกชนตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขในการดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด ในกรณีที่มีเหตุอันสมควรราชการส่วนท้องถิ่นอาจมอบให้บุคคลใดดำเนินการตามวรรคหนึ่งแทนภายใต้การควบคุมดูแลของราชการส่วนท้องถิ่น หรืออาจอนุญาตให้บุคคลใดเป็นผู้ดำเนินการรับทำการเก็บ ขน หรือกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยตามมาตรา ๑๙ ก็ได้ บทบัญญัติตามมาตรา ๑๙ ที่ให้ไว้ในส่วนที่เกี่ยวกับการจัดการของเสียอันตรายตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย ให้ใช้บังคับกับการจัดการของเสียอันตรายจากกิจการอื่น ขนหรือกำจัดของเสียอันตรายดังกล่าว เจ้าหน้าที่ดำเนินการในส่วนต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น

มาตรา ๑๙ ห้ามมิให้ผู้ใดดำเนินกิจการรับทำการเก็บ ขน หรือกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอย โดยดำเนินธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทนเว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น

มาตรา ๒๐ เพื่อประโยชน์ในการรักษาความสะอาดและการจัดระเบียบในการเก็บขน และกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอย ให้ราชการส่วนท้องถิ่นมีอำนาจออกข้อบัญญัติท้องถิ่นดังต่อไปนี้

(๑)

ห้ามการทิ้ง เศษ หรือทำให้มีขึ้นในที่หรือทางสาธารณะซึ่งสิ่งปฏิกูล หรือมูลฝอย นอกจากในที่ที่ราชการส่วนท้องถิ่นจัดไว้ให้

(๒)

กำหนดให้ผู้อยู่อาศัยในอาคารหรือสถานที่หรือทางสาธารณะและสถานที่เอกชน

(๓)

กำหนดวิธีการในการเก็บรวบรวมสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยหรือเพื่อให้สะดวกหรือเพื่อครอบครองอาคารหรือสถานที่ใด ๆ ปฏิบัติให้ถูกต้องด้วยสุขลักษณะและสะอาดในอาคารหรือสถานที่นั้น ๆ อนึ่ง การจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐

(๑)

แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๑) พ.ศ. ๒๕๓๕

(๒)

แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๐ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๑) พ.ศ. ๒๕๓๕ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มูลฝอยราชการส่วนท้องถิ่นนั้นจะต้องดำเนินการให้ถูกต้องด้วยสุขลักษณะตามที่กำหนดในกฎกระทรวง (2) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการเก็บ ขน และกำจัดมูลฝอยหรือมูลฝอย เพื่อให้ปฏิบัติตามมาตรา 8 ปฏิบัติ ตลอดจนกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมตามลักษณะการให้บริการที่ผู้รับใบอนุญาตตามมาตรา 14 จะพึงเรียกเก็บได้ (3) เพิ่มเติมข้อความในคำว่า “ข้อมูลบัญชีเจ้าหนี้” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560

หมวด 4

สุขลักษณะของอาคาร

มาตรา 21 เมื่อปรากฏแก่เจ้าพนักงานท้องถิ่นว่าอาคารหรือส่วนของอาคารใดหรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดซึ่งต่อเนื่องกับอาคาร มีสภาพชำรุดทรุดโทรม หรือปล่อยให้มีสภาพทรุดโทรมจนอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัยหรือผู้อื่นและไม่ถูกต้องด้วยสุขลักษณะของการใช้เป็นที่อยู่อาศัย ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งเจ้าของอาคารหรือผู้ครอบครองอาคารให้ซ่อมแซม แก้ไข เปลี่ยนแปลง รื้อถอนอาคาร หรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดซึ่งต่อเนื่องกับอาคารทั้งหมดหรือบางส่วน หรือจัดการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อเป็นไปเพื่อให้ถูกต้องด้วยสุขลักษณะ หรือให้ดำเนินการแล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนดให้ตามสมควร

มาตรา 22 เมื่อปรากฏแก่เจ้าพนักงานท้องถิ่นว่าอาคารใดมีสินค้า เครื่องเรือนหรือสัมภาระสะสมไว้มากเกินสมควร หรือจัดสิ่งของเหล่านั้นซ้อนกันเกินไป จนอาจเป็นเหตุให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ที่ให้โทษใด ๆ หรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัยหรือไม่ถูกต้องด้วยสุขลักษณะของการใช้เป็นที่อยู่อาศัย ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งเจ้าของอาคารหรือผู้ครอบครองอาคารให้ย้ายสินค้า เครื่องเรือนหรือสัมภาระออกจากอาคาร หรือให้จัดสิ่งของเหล่านั้นเสียใหม่ เพื่อมิให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่ให้ถูกต้องด้วยสุขลักษณะหรือให้ดำเนินการแล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนดให้ตามสมควร

มาตรา 23 ในกรณีที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นต้องการสั่งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคาร

มาตรา 24 เพื่อประโยชน์แก่การควบคุมให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารใดปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจเข้าไปในอาคารหรือบริเวณอาคารในเวลาอันสมควร ทั้งนี้ โดยต้องแจ้งความประสงค์ แจ้งวัตถุประสงค์ และแสดงบัตรประจำตัวต่อเจ้าของ

เมื่อมีประกาศของรัฐมนตรีตามวรรคหนึ่งแล้ว ห้ามมิให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารตามประกาศนั้นยอมหรือจัดให้มีการอาศัยอยู่เกินจำนวนที่รัฐมนตรีกำหนด

หมวด ๕

เหตุรำคาญ

มาตรา ๒๕ ในกรณีที่มีเหตุอันอาจก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อาศัยในบริเวณใกล้เคียงหรือผู้คนทั่วไปจะสืบเนื่องมาจากสิ่งใด ให้ถือว่าเป็นเหตุรำคาญ

(ก)

เหลวไหล น้ำ ทิ้งขยะมูลฝอย น้ำขัง ส้วม หรือที่ใส่ส้วม หรือสถานที่อื่นใดซึ่งอยู่ในสภาพไม่เหมาะสม สกปรก มีการสะสมหรือทับถมสิ่งของหรือสิ่งใดในที่ใดให้เกิดกลิ่นเหม็นหรือส่อจะของสารเป็นพิษ หรือเป็นหรืออาจเป็นแหล่งเพาะพันธุ์พาหะนำโรค หรือก่อให้เกิดความเสื่อมหรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

(ข)

การเลี้ยงสัตว์ในที่หรือโดยวิธีใด หรือมีจำนวนเกินสมควรจนเป็นเหตุให้เสื่อมหรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

(ค)

อาคารอื่นในที่อยู่อาศัย โรงงานหรือสถานที่ประกอบการใดไม่มีการควบคุมหรือจัดการให้เป็นไปตามหลักสุขาภิบาล หรือมีการกระทำใดในที่ดังกล่าวที่ทำให้เกิดกลิ่น แสง รังสี เสียง ความร้อน สัมผัส หรือการสั่นสะเทือน อันอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ หรือเป็นเหตุให้เสื่อมหรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

(ง)

เหตุอื่นใดที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๒๖ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งบุคคลผู้ซึ่งได้ก่อให้เกิดเหตุรำคาญในที่หรือทางสาธารณะหรือสถานที่เอกชนที่อาจรบกวนหรือระงับเหตุรำคาญดังกล่าว ป้องกันเหตุรำคาญในอนาคต ห้ามมิให้กระทำการใด ๆ ในเขตของตนให้ปรากฏเหตุรำคาญ ในกรณีให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือเพื่อระงับ กำจัด และควบคุมเหตุรำคาญต่าง ๆ ได้

มาตรา ๒๗ ในกรณีที่มีเหตุรำคาญเกิดขึ้นในที่หรือทางสาธารณะ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือเพื่อระงับเหตุรำคาญดังกล่าวโดยวิธีการที่เหมาะสมและให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจดำเนินการตามคำสั่งนั้นได้โดยวิธีการป้องกันเหตุรำคาญในอนาคต หรือการรักษาความสะอาดหรือการป้องกันเหตุรำคาญในที่หรือทางสาธารณะ ให้ระงับได้ทันที

ในกรณีที่มีเหตุรำคาญเกิดขึ้นในสถานที่เอกชน ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือเพื่อระงับเหตุรำคาญดังกล่าวโดยวิธีการที่เหมาะสมและให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจดำเนินการตามคำสั่งนั้นได้ นี่คือข้อความที่ได้จากการ OCR: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - 12 - นั้นขึ้นอีก โดยบุคคลซึ่งเป็นต้นเหตุหรือเกี่ยวข้องกับการก่อหรืออาจก่อให้เกิดเหตุรำคาญต้องเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายสำหรับการจัดการนั้น

มาตรา 27 ในกรณีที่มีเหตุรำคาญเกิดขึ้นในสถานที่เอกชน ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่นั้นระงับเหตุรำคาญในเวลาที่กำหนด หรือให้ทำการอย่างใด ๆ เพื่อป้องกันมิให้เหตุรำคาญนั้นเกิดขึ้นอีก หรือทั้งระงับเหตุรำคาญและป้องกันมิให้เหตุรำคาญนั้นเกิดขึ้นอีกตามวิธีการที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นเห็นสมควร

ในกรณีที่ไม่มีการปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจดำเนินการระงับเหตุรำคาญนั้นเอง หรือมอบหมายให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน และให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่นั้นต้องเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายสำหรับการนั้น ในกรณีที่ปรากฏแก่เจ้าพนักงานท้องถิ่นว่าเหตุรำคาญที่เกิดขึ้นในสถานที่เอกชนนั้นอาจเกิดอันตรายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพ หรือมีลักษณะเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารหรือเป็นอันตรายต่อโครงสร้างอาคาร ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นเป็นหนังสือแจ้งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองใช้หรือยินยอมให้บุคคลใดใช้สถานที่นั้นทั้งหมดหรือบางส่วน จนกว่าจะมีหนังสือแจ้งให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นได้เห็นว่าเหตุรำคาญนั้นได้ระงับแล้ว

มาตรา 28 เมื่อปรากฏว่ามีเหตุรำคาญเกิดขึ้นตามมาตรา 26 หรือมาตรา 27 เป็นเหตุรำคาญที่เกิดขึ้นในสถานที่ของรัฐ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจดำเนินการระงับเหตุรำคาญนั้นเอง หรือมอบหมายให้บุคคลอื่นดำเนินการแทนโดยดำเนินการในฐานะของคณะกรรมการ และประกาศในราชกิจจานุเบกษา

การระงับเหตุรำคาญตามวรรคหนึ่ง และการจัดการความรำคาญดังกล่าวเป็นการป้องกันไม่ให้เหตุรำคาญนั้นเกิดขึ้นอีกในอนาคต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนด ในกรณีที่เหตุรำคาญมีความรุนแรงถึงขั้นที่จะยังมิอาจแก้ไขได้ด้วยวิธีการของสุขภาพของสารธารณสุขแล้ว ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศในพื้นที่ที่ควบคุมเหตุรำคาญนั้นโดยไม่ชักช้า

หมวด 6

การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์

มาตรา 29 เพื่อประโยชน์ในการรักษาสาธารณสุขความเป็นอยู่ที่เหมาะสมกับการดำรงชีพของประชาชนในท้องถิ่นหรือเพื่อป้องกันอันตรายอาจเกิดขึ้น ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกข้อบัญญัติท้องถิ่นกำหนดให้ส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของพื้นที่ในเขตท้องถิ่นของตนเป็นเขตควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์

มาตรา 29/1 เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2540

การออกข้อบัญญัติท้องถิ่นตามวรรคหนึ่ง ราชการส่วนท้องถิ่นอาจกำหนดให้เป็นเขตห้ามเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์บางชนิดหรือบางประเภทโดยเด็ดขาด หรือไม่เกินจำนวนที่กำหนด หรือเป็นเขตที่การเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์บางชนิดหรือบางประเภทต้องอยู่ในภายใต้มาตรการอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ [คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐]

มาตรา ๓๐ ในกรณีที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นพิจารณาเห็นว่าการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ตามมาตรา ๒๙ โดยไม่ปรากฏว่าของเสียจากการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ดังกล่าวไหลไปปนเปื้อนหรือก่อให้เกิดเหตุรำคาญของ เหตุอันตรายต่อสุขภาพ หรือเหตุเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่น เจ้าพนักงานท้องถิ่นอาจจัดการให้เจ้าของสัตว์หรือผู้เลี้ยงสัตว์นั้นดำเนินการตามมาตรการที่กำหนดในข้อบัญญัติท้องถิ่น หรือในกรณีที่ไม่มีข้อบัญญัติท้องถิ่นกำหนดไว้ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนดมาตรการดังกล่าวเป็นการเฉพาะรายก็ได้

ในกรณีที่มีการขายหรือขายทอดตลาดสัตว์ตามมาตรา ๒๙ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นจัดการให้ผู้ขายหรือผู้ขายทอดตลาดสัตว์นั้นดำเนินการตามมาตรการที่กำหนดในข้อบัญญัติท้องถิ่น หรือในกรณีที่ไม่มีข้อบัญญัติท้องถิ่นกำหนดไว้ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนดมาตรการดังกล่าวเป็นการเฉพาะรายก็ได้ ขอรับคืนการเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ตามมาตรา ๒๙ เจ้าของสัตว์ต้องเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายสำหรับการเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ตามมาตรการที่กำหนดในข้อบัญญัติท้องถิ่น หรือในกรณีที่ไม่มีข้อบัญญัติท้องถิ่นกำหนดไว้ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนดมาตรการดังกล่าวเป็นการเฉพาะรายก็ได้ ในกรณีที่ปรากฏว่าสัตว์ที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นจับนั้นเป็นโรคติดต่ออันอาจเป็นอันตรายต่อประชาชน ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นดำเนินการทำลายสัตว์นั้นทันทีที่เหมาะสมได้

หมวด ๗

กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

มาตรา ๓๑ ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดให้กิจการใดเป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

มาตรา ๓๒ เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองและป้องกันการประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพตามมาตรา ๓๑ ให้ราชการส่วนท้องถิ่นมีอำนาจออกข้อบัญญัติท้องถิ่นดังต่อไปนี้

(ก)

กำหนดประเภทของกิจการตามมาตรา ๓๑ บางกิจการหรือทุกกิจการให้เป็นกิจการที่ต้องมีการควบคุมภายในท้องถิ่นนั้น

(ข)

กำหนดมาตรการควบคุมการประกอบกิจการตาม (ก) เช่น การกำหนดให้ดำเนินการ (๑) ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ หรือเงื่อนไขที่กำหนดในข้อบัญญัติท้องถิ่นเกี่ยวกับการแสดงรายงานหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการแสดงรายงานหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการแสดงรายงานหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการแสดงรายงานหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการแสดงรายงานหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการแสดงรายงานหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการแสดงรายงานหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการแสดงรายงานหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการแสดงรายงานหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการแสดงรายงานหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการแสดงรายงานหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการแสดงรายงานหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการแสดงรายงานหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการแสดงรายงานหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการแสดงรายงานหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการแสดงรายงานหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการแสดงรายงานหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการแสดงรายงานหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการแสดงรายงานหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการแสดงรายงานหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการแสดงรายงานหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการแสดงรายงานหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการแสดงรายงานหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการแสดงรายงานหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการแสดงรายงาน

มาตรา ๑๓ เมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันที่ข้อบัญญัติท้องถิ่นตามมาตรา ๑๒ (๑) ใช้บังคับ ห้ามมิให้ผู้ใดดำเนินกิจการตามประเภทที่ข้อบัญญัติท้องถิ่นกำหนดให้เป็นกิจการที่ต้องมีการควบคุมตามมาตรา ๑๒ (๒) ในลักษณะอื่นที่เป็นการค้า เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา ๑๕

ในการออกใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง เจ้าพนักงานท้องถิ่นอาจกำหนดเงื่อนไขไปโดยเหมาะสมเพื่อประโยชน์ในการควบคุมดูแลกิจการนั้น และเงื่อนไขดังกล่าวต้องไม่ขัดหรือแย้งกับหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้โดยทั่วไปในข้อบัญญัติท้องถิ่นตามมาตรา ๑๒ (๒) ก็ได้ ใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งให้ใช้ได้สำหรับกิจการประเภทเดียวกันในสถานที่แห่งเดียว (คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๐)

หมวด ๘

ตลาด สถานที่จำหน่ายอาหารและสถานที่สะสมอาหาร

มาตรา ๑๔ ห้ามมิให้ผู้ใดตั้งตลาด เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา ๑๕

การเปลี่ยนแปลง ขยายหรือดัดแปลงหรือรื้อถอนให้เป็นตลาดภายหลังจากที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นได้ออกใบอนุญาตให้ตั้งตลาดตามวรรคหนึ่งแล้ว จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับใบอนุญาตเป็นหนังสือจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่กระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนท้องถิ่นหรือองค์การของรัฐที่ได้ตั้งตลาดขึ้นตามอำนาจหน้าที่ แต่ในการดำเนินกิจการตลาดจะต้องปฏิบัติเช่นเดียวกับผู้รับใบอนุญาตตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ และให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจกำหนดเงื่อนไขเป็นหนังสือให้หน่วยงานของตลาดวรรคสามปฏิบัติในการเพาะรายได้

มาตรา ๑๕ เพื่อประโยชน์ในการกำกับดูแลตลาด ให้ราชการส่วนท้องถิ่นมีอำนาจออกข้อบัญญัติท้องถิ่นดังต่อไปนี้

(ก)

กำหนดหลักเกณฑ์ เมื่อเห็น แผนผังและหลักเกณฑ์เกี่ยวกับสิ่งปลูกสร้างและสุขลักษณะ

(ข)

กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจัดสถานที่ การวางสิ่งของหรือการอื่นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจการตลาด

(ค)

กำหนดเวลาเปิดและปิดตลาด

(ง)

กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเพื่อให้ผู้รับใบอนุญาตให้ตั้งตลาดปฏิบัติเกี่ยวกับการดูแลรักษาความสะอาดเรียบร้อยในตลาดให้ถูกสุขลักษณะ การจัดให้มีหรือปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกหรือบริการในตลาด การระบายอากาศ การระบายน้ำ การจัดให้มีการป้องกันและกำจัดเหตุรำคาญหรือการระบาดของโรคติดต่อ (คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๐)

มาตรา ๑๖ ผู้ใดขายของหรือช่วยขายของในตลาด ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่นตามมาตรา ๑๗

[คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐]

มาตรา ๑๗ เพื่อประโยชน์ในการกำกับดูแลการขายของในตลาด ให้เจ้าของส่วนท้องถิ่นมีอำนาจออกข้อบัญญัติท้องถิ่นกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการขายของในตลาดปฏิบัติให้ถูกต้องเกี่ยวกับการรักษาความสะอาดบริเวณที่ขายของ สุขลักษณะส่วนบุคคล และสุขลักษณะในการใช้หรือบริหารวิธีการทำงาน ทำ ประกอบ ปรุง เก็บหรือสะสมอาหารหรือสิ่งค้าอื่น รวมทั้งการรักษาความสะอาดของสถานะ น้ำใช้และของใช้ต่าง ๆ

[คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐]

มาตรา ๑๘ ผู้ใดจะจัดตั้งสถานที่ทำงานเกี่ยวกับการหรือสถานที่สะสมอาหารในอาคารหรือพื้นที่ใดซึ่งมีพื้นที่สำหรับจัดการและเตรียมเป็นที่การขายของในตลาด ต้องได้รับใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองการแจ้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น และต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่นตามมาตรา ๑๗ ก่อนการจัดตั้ง

ในกรณีที่สถานที่ทำงานเกี่ยวกับการหรือสถานที่สะสมอาหารดังกล่าว ได้รับใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองการแจ้งตามมาตรา ๓๓ หรือมาตรา ๓๔ แล้ว ให้ถือว่าเป็นการได้รับใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองการแจ้งตามมาตรา ๑๘ หรือเมื่อใดที่กำหนดไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่นตามมาตรา ๑๗ [คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐]

มาตรา ๑๙ เพื่อประโยชน์ในการควบคุมหรือกำกับดูแลสถานที่ทำงานเกี่ยวกับการหรือสถานที่สะสมอาหารที่ได้รับใบอนุญาต หรือได้รับหนังสือรับรองการแจ้ง ให้เจ้าของส่วนท้องถิ่นมีอำนาจออกข้อบัญญัติท้องถิ่นดังต่อไปนี้

(ก)

กำหนดประเภทของสถานที่ทำงานเกี่ยวกับการหรือสถานที่สะสมอาหารตามประเภทของอาหารหรือสิ่งของที่ทำการขายในตลาด

(ข)

กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับสุขลักษณะ วิธีใช้ และสุขลักษณะของบริเวณสถานที่ทำงานเกี่ยวกับการ ทั้งนี้ให้ครอบรับถึงวิธีการทำ ประกอบ หรือปรุงอาหาร หรือที่ใช้สะสมอาหาร

(ค)

กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการป้องกันให้เกิดเหตุรำคาญและการป้องกันโรคติดต่อ

(ง)

กำหนดเวลาสำหรับขายอาหาร

(๕)

กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับสุขลักษณะส่วนบุคคลของผู้จำหน่ายอาหาร ผู้ปรุงอาหารและผู้ให้บริการ

(๖)

กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับสุขลักษณะของอาหาร กรรมวิธีการจำหน่าย ทำ ประกอบ ปรุง เก็บรักษาหรือสะสมอาหาร

(๗)

กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับสุขลักษณะของภาชนะ อุปกรณ์ น้ำใช้ และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ คำว่า “สุขลักษณะอาคารเบื้องต้น” แก้ไขเพิ่มเติมตามความในประกาศสำนักคณะกรรมการกฤษฎีกา สารธารณสุข (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๐

หมวด ๙

การจำหน่ายสินค้าในที่หรือทางสาธารณะ

มาตรา ๔๘ เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีหน้าที่ควบคุมดูแลที่หรือทางสาธารณะเพื่อประโยชน์ใช้สอยของประชาชนทั่วไป

ห้ามมิให้ผู้ใดจำหน่ายสินค้าในที่หรือทางสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นการจำหน่ายโดยลักษณะวิธีการจัดวางสินค้าในที่หนึ่งที่ใดเป็นการชั่วคราว เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา ๕๐ ในกรณีออกใบอนุญาตตามวรรคสอง ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นระบุชนิด หรือประเภทของสินค้า ลักษณะวิธีการจำหน่ายสินค้า หรือสถานที่จำหน่ายสินค้าในกรณีที่มีการจำหน่ายสินค้าในที่หนึ่งที่ใดเป็นการชั่วคราว รวมทั้งเงื่อนไขต่าง ๆ ที่เห็นสมควรกำหนดไว้ในใบอนุญาตด้วยก็ได้ การเปลี่ยนแปลงชนิดหรือประเภทของสินค้า ลักษณะวิธีการจำหน่ายสินค้า หรือสถานที่จัดวางสินค้าให้แตกต่างไปจากที่ระบุไว้ในใบอนุญาต จะกระทำได้ต่อเมื่อผู้รับใบอนุญาตได้แจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น และเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้ตกลงให้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไว้ในใบอนุญาตแล้ว

มาตรา ๔๙ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นต้องตรวจดูให้แน่ใจว่าผู้ขออนุญาตจำหน่ายสินค้าในที่หรือทางสาธารณะมีอำนาจออกประกาศดังต่อไปนี้

(ก)

กำหนดบริเวณที่หรือทางสาธารณะหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตห้ามจำหน่ายหรือชื่อสินค้าโดยเด็ดขาด

(ข)

กำหนดบริเวณที่หรือทางสาธารณะหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตที่อนุญาตให้จำหน่ายสินค้าได้โดยมีเงื่อนไขหรือข้อกำหนดเกี่ยวกับชนิดหรือประเภทของสินค้า ลักษณะวิธีการจำหน่ายสินค้า หรือสถานที่จำหน่ายสินค้าในที่หนึ่งที่ใดเป็นการชั่วคราว ในการกำหนดการตาม (ก) หรือ (ข) ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีประกาศไว้ให้เป็นที่เผยแพร่ และต้องกำหนดเงื่อนไขหรือข้อกำหนดเกี่ยวกับชนิดหรือประเภทของสินค้า ลักษณะวิธีการจำหน่ายสินค้า หรือสถานที่จำหน่ายสินค้าในที่หนึ่งที่ใดเป็นการชั่วคราวตามที่เห็นสมควรในประกาศ

มาตรา ๔๓ เพื่อประโยชน์ของประชาชนและการควบคุมการจำหน่ายสินค้าที่บรรจุในภาชนะบรรจุ หรือหีบห่อสำเร็จรูป ให้ราชการส่วนท้องถิ่นมีอำนาจออกข้อบัญญัติท้องถิ่นดังต่อไปนี้

(ก)

กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับสุขลักษณะส่วนบุคคลของผู้จำหน่ายหรือผู้ช่วยจำหน่ายสินค้า

(ข)

กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับสุขลักษณะในการใช้ภาชนะ วิธีการจำหน่าย หีบห่อ ประกอบ ปรุง เก็บหรือสะสมอาหารหรือสินค้า รวมทั้งการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว และของใช้ต่าง ๆ

(ค)

กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจัดจำหน่ายสินค้าและการจัดเก็บสินค้าในที่หรือทางสาธารณะ

(ง)

กำหนดเวลาสำหรับการจำหน่ายสินค้า

(จ)

กำหนดการอื่นซึ่งจำเป็นเพื่อการรักษาความสะอาดและป้องกันอันตรายต่อสุขภาพ รวมทั้งการป้องกันไม่ให้คนหรือสัตว์ลุกลามและการป้องกันโรคติดต่อ คำว่า “ข้อมูลสุขภาพส่วนตน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐ หมายเหตุ อำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานท้องถิ่นและเจ้าพนักงานสาธารณสุข

มาตรา ๔๔ เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นและเจ้าพนักงานสาธารณสุขมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

มีหนังสือเรียกบุคคลใด ๆ มาให้ถ้อยคำหรือแจ้งข้อเท็จจริง หรือคำคำชี้แจงเป็นหนังสือหรือให้ส่งเอกสารหลักฐานใดเพื่อตรวจสอบหรือเพื่อประกอบการพิจารณา

(๒)

เข้าไปในอาคารหรือสถานที่ใด ๆ ในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกหรือในเวลาทำการเพื่อตรวจสอบหรือควบคุมให้เป็นไปตามข้อบัญญัติท้องถิ่น หรือตามพระราชบัญญัตินี้ ในกรณี ให้เจ้าพนักงานอาจเข้าในเวลากลางคืนหรือในเวลานอกทำการเมื่อมีเหตุจำเป็นต้องอาศัยอำนาจหรือมีครอบครองเอกสารหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดหรือการฝ่าฝืนข้อบัญญัติท้องถิ่นหรือพระราชบัญญัตินี้

(๓)

แจ้งเป็นหนังสือให้บุคคลผู้ใดแก้ไขปรับปรุงหรือปฏิบัติการใด ๆ เพื่อให้ถูกต้องตามข้อบัญญัติท้องถิ่นหรือพระราชบัญญัตินี้ภายในระยะเวลาที่กำหนด

(๔)

ติดหรือแสดงสิ่งของใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนหรือประโยชน์ในการดำเนินคดีแก่บุคคลที่ไม่ปฏิบัติตามข้อบัญญัติท้องถิ่น

(๕)

เก็บรวบรวมตัวอย่างอาหาร น้ำ หรือสิ่งของใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดหรือการฝ่าฝืนข้อบัญญัติท้องถิ่นหรือพระราชบัญญัตินี้ เพื่อการตรวจสอบหรือการวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ

(๖)

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือเจ้าพนักงานสาธารณสุขมีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือเจ้าพนักงานสาธารณสุข ผู้ซึ่งมีส่วนได้เสียในเรื่องนั้นจะปฏิบัติหน้าที่มิได้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กฎกระทรวงต่อบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องในขณะปฏิบัติหน้าที่ที่ตน และให้บุคคลซึ่งเกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกตามสมควร (คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐)

มาตรา ๕๔ ในกรณีที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นตามที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัตินี้ ปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง ข้อบัญญัติท้องถิ่น หรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ หรือคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้ผู้ใดหยุดการกระทำ หรือการดำเนินการใด ๆ ที่เป็นเหตุให้เกิดความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย หรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน เจ้าพนักงานท้องถิ่นอาจสั่งให้ผู้ใดหยุดดำเนินกิจการนั้นในทันทีเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมีเหตุอันสมควรให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศยกเลิกคำสั่งนั้นแล้วได้

คำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามวรรคหนึ่ง ให้ทำเป็นหนังสือและส่งให้ผู้ถูกสั่งหยุดดำเนินการนั้นทราบโดยเร็วที่สุด และต้องเก็บหนังสือให้ผู้เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจการดังกล่าวทราบ ในกรณีที่ไม่พบผู้ดำเนินกิจการหรือผู้เกี่ยวข้องกับกิจการไม่ยอมรับหนังสือดังกล่าว ให้ส่งคำสั่งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ หรือปิดคำสั่งไว้ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ดำเนินกิจการนั้น และเมื่อได้ดำเนินการดังกล่าวแล้วให้ถือว่าผู้ดำเนินกิจการ และผู้เกี่ยวข้องกับกิจการนั้นได้ทราบคำสั่งดังกล่าวแล้วแต่กรณี (คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐)

มาตรา ๕๕ ในกรณีที่เจ้าพนักงานสาธารณสุขตรวจพบเหตุที่ไม่ถูกต้องหรือมีการกระทำใด ๆ ที่ฝ่าฝืนต่อบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง ข้อบัญญัติท้องถิ่น หรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ ให้เจ้าพนักงานสาธารณสุขแจ้งเจ้าพนักงานท้องถิ่นเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไปโดยไม่ชักช้า และให้เจ้าพนักงานสาธารณสุขแจ้งเหตุที่ตรวจพบต่อคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัดหรือคณะกรรมการสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร แล้วแต่กรณี พิจารณาดำเนินการตามมาตรา ๑๓

ความเป็นอยู่ที่เหมาะสมกับการดำรงชีวิตของประชาชน หรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนในส่วนรวมรวมทั้งการกระทำใดที่เป็นโทษต่อส่วนรวม ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกคำสั่งตามอำนาจหน้าที่ของตนเพื่อให้เหตุการณ์นั้นยุติลงโดยเร็ว ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นแจ้งให้ผู้ใด ๆ เพื่อแก้ไขหรือระงับเหตุการณ์นั้นตามมาตรา ๕๔ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐

มาตรา ๕๖ วรรคแรก แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐

มาตรา ๔๗ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่น เจ้าพนักงานสาธารณสุข และผู้ได้รับแต่งตั้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา ๔๕ เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา และเมื่อประโยชน์ในการจับหรือการสอบสวนกรณีความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นและผู้ได้รับแต่งตั้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นเป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

หมวด ๑๑ หนังสือรับรองการแจ้ง

มาตรา ๔๘ การแจ้งให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบเพื่อดำเนินการตามมาตรา ๓๗ และหนังสือรับรองการแจ้ง ให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดในข้อบัญญัติท้องถิ่น

เมื่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้รับแจ้ง ให้ออกใบรับแก่ผู้แจ้งเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการประกอบกิจการตามที่แจ้งควรปรากฏเวลาที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีมติออกหนังสือรับรองการแจ้ง ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นตรวจพิจารณาแจ้งให้ถูกต้องตามแบบที่กำหนดในข้อบัญญัติท้องถิ่นภายในกำหนด ถ้าการแจ้งไม่ถูกต้องตามแบบที่กำหนด เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกหนังสือรับรองการแจ้งไม่ได้ ในกรณีแจ้งหรือหนังสือรับรองการแจ้ง เจ้าพนักงานท้องถิ่นต้องดำเนินการแจ้งให้ผู้แจ้งหรือผู้ได้รับหนังสือรับรองการแจ้งทราบโดยเร็ว ในกรณีที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นไม่สามารถออกหนังสือรับรองการแจ้งได้ ให้แจ้งเหตุผลและแจ้งให้ผู้แจ้งทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ถ้าผู้แจ้งไม่ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีคำสั่งให้การแจ้งของผู้แจ้งเป็นอันยกเลิก แต่ผู้แจ้งยังคงใช้สิทธินำกรณีในอนาคตที่กำหนดในข้อบัญญัติท้องถิ่นแจ้งใหม่ได้ตามแบบที่กำหนดในข้อบัญญัติท้องถิ่นตามวรรคหนึ่ง [คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” แต่ไม่เพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๖๐]

มาตรา ๔๙ ผู้ได้รับหนังสือรับรองการแจ้งต้องแสดงหนังสือรับรองการแจ้งไว้โดยเป็นที่แลเห็นและให้ค้นง่าย ณ สถานที่ดำเนินกิจการตลอดเวลาที่ดำเนินกิจการ

มาตรา ๕๐ ในกรณีที่หนังสือรับรองการแจ้งสูญหาย ถูกทำลายหรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้ผู้ได้รับหนังสือรับรองการแจ้งยื่นคำขอรับใบแทนหนังสือรับรองการแจ้งภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบถึงการสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุด

การขอใบแทนหนังสือรับรองการแจ้งและออกใบแทนหนังสือรับรองการแจ้งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อบัญญัติท้องถิ่น สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐

มาตรา ๔๓ ให้นายอำเภอมีมาตรา ๔๘ ประสงค์จะเลิกกิจการหรือโอนการดำเนินกิจการให้กับบุคคลอื่น ให้แจ้งให้นายอำเภอทราบล่วงหน้า

มาตรา ๔๔ ในกรณีที่ผู้ดำเนินกิจการใดดำเนินกิจการตามที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัตินี้โดยมิได้แจ้งต่อนายอำเภอตามมาตรา ๔๓ หรือดำเนินกิจการโดยมิได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้หรือพระราชบัญญัติอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้นายอำเภอมีอำนาจสั่งให้ผู้ดำเนินกิจการนั้นระงับการดำเนินกิจการโดยมิได้แจ้งต่อนายอำเภอหรือดำเนินกิจการโดยมิได้รับอนุญาตดังกล่าว ให้แจ้งต่อนายอำเภอเพื่อดำเนินการให้ถูกต้องภายในเวลาที่กำหนดซึ่งต้องไม่เกินสองปีได้

มาตรา ๔๕ การแจ้งของนายอำเภอต่อนายอำเภอตามมาตรา ๔๓ และคำสั่งของนายอำเภอตามมาตรา ๔๔ ให้ทำเป็นหนังสือแจ้งให้ผู้แจ้งหรือผู้ดำเนินกิจการทราบ ในกรณีที่มีผู้แจ้งหรือผู้ดำเนินกิจการหลายราย ให้นายอำเภอแจ้งให้ผู้แจ้งหรือผู้ดำเนินกิจการทราบ ณ ภูมิลำเนาหรือถิ่นที่ทำการของผู้แจ้งหรือผู้ดำเนินกิจการนั้นได้รับทราบแล้วถือว่าผู้แจ้งหรือผู้ดำเนินกิจการนั้นได้รับทราบเมื่อส่งถึงภูมิลำเนาหรือถิ่นที่ทำการดังกล่าวแล้วเท่านั้น

หมวด ๑๒ ใบอนุญาต

มาตรา ๔๖ ในกรณีที่พระราชบัญญัตินี้บัญญัติให้การประกอบกิจการใดหรือการกระทำใดต้องได้รับใบอนุญาตจากนายอำเภอ ให้การขอรับใบอนุญาตดังกล่าวต้องยื่นคำขอต่อนายอำเภอในท้องที่ที่กิจการหรือการกระทำนั้นตั้งอยู่ วิธีการและเงื่อนไขในการขอ และการออกใบอนุญาตในเรื่องนั้นให้เพื่อประโยชน์ในการรักษาความปลอดภัย สุขลักษณะ หรือความสงบเรียบร้อยของประชาชน หรือสิ่งแวดล้อม ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดประเภทกิจการหรือการกระทำดังกล่าว รวมทั้งหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับการขอรับใบอนุญาตดังกล่าวได้

คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐

มาตรา ๔๖ วรรคสอง เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐

มาตรา 55 บรรดาใบอนุญาตที่ออกให้ตามพระราชบัญญัตินี้ให้มีอายุหนึ่งปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต และให้ใช้ได้เพียงในเขตอำนาจของราชการส่วนท้องถิ่นที่เป็นผู้ออกใบอนุญาตนั้น การขอต่ออายุใบอนุญาตจะต้องยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นก่อนที่ใบอนุญาตพร้อมกับเสียค่าธรรมเนียมแล้วให้ประกอบกิจการต่อไปได้จนกว่าเจ้าพนักงานท้องถิ่นจะสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาต หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการต่ออายุใบอนุญาต และการอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กำหนดในข้อบัญญัติท้องถิ่น [คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560]

มาตรา 56 เมื่อได้รับคำขอรับใบอนุญาตหรือคำขอต่ออายุใบอนุญาต ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นตรวจสอบถูกต้องและความสมบูรณ์ของคำขอ ถ้าปรากฏว่าคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ตามหลักเกณฑ์ วิธีการหรือเงื่อนไขที่กำหนดในข้อบัญญัติท้องถิ่น ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นแจ้งเป็นหนังสือถึงความไม่ถูกต้องหรือความไม่สมบูรณ์ดังกล่าวให้ผู้ขออนุญาตหรือผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตแก้ไขให้ถูกต้องและสมบูรณ์ภายในเวลาที่กำหนด และในกรณีจำเป็นจะต้องสั่งให้ผู้ขออนุญาตหรือผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตแก้ไขดังกล่าวพร้อมทั้งแจ้งความไม่ถูกต้องหรือความไม่สมบูรณ์ให้ทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ เจ้าพนักงานท้องถิ่นต้องพิจารณาคำขอรับใบอนุญาตหรือคำขอต่ออายุใบอนุญาตให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนดในข้อบัญญัติท้องถิ่น และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ขออนุญาตหรือผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตทราบโดยเร็ว ถ้าการพิจารณาไม่แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าคำขอรับใบอนุญาตหรือคำขอต่ออายุใบอนุญาตนั้นได้รับอนุญาตแล้ว ในกรณีที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นพิจารณาแล้วเห็นว่าคำขอรับใบอนุญาตหรือคำขอต่ออายุใบอนุญาตไม่อาจอนุญาตได้ ให้แจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุผลที่ไม่อาจอนุญาตได้ให้ผู้ขออนุญาตหรือผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ และต้องแจ้งให้ผู้ขออนุญาตทราบก่อนสิ้นกำหนดเวลาตามวรรคสองตามที่ได้ขยายเวลาไปแล้วนั้น แล้วแต่กรณี [คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560]

มาตรา 57 ผู้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องแสดงใบอนุญาตไว้โดยเปิดเผยและเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ประกอบกิจการตลอดเวลาที่ประกอบกิจการ

มาตรา 58 ในกรณีที่ใบอนุญาตสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ใบอนุญาตสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุด การขอรับใบแทนใบอนุญาตและการออกใบแทนใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในข้อบัญญัติท้องถิ่น [คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560]

มาตรา 59 ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้รับใบอนุญาตสำหรับกิจการใดไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเงื่อนไขที่ระบุไว้ในใบอนุญาตในเรื่องที่เกี่ยวกับการประกอบกิจการตามที่ระบุในใบอนุญาตนั้น เจ้าพนักงานท้องถิ่นอาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตได้ตามแต่เห็นสมควร แต่ต้องไม่เกินสิบห้าวัน

คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560

มาตรา 60 เจ้าพนักงานท้องถิ่นอาจออกคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตเมื่อปรากฏว่าผู้รับใบอนุญาต

(ก)

ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตตั้งแต่สองครั้งขึ้นไปและมีเหตุที่จะต้องถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตอีก

(ข)

ต้องพักกิจการที่ดีที่สุดให้กระทบความผิดตามพระราชบัญญัตินี้

(ค)

ไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเงื่อนไขที่ระบุไว้ในใบอนุญาตในเรื่องที่เกี่ยวกับการประกอบกิจการตามที่ได้รับใบอนุญาต และการไม่ปฏิบัติหรือการปฏิบัติไม่ถูกต้องนั้นเหมาะสมแก่การสั่งเพิกถอนใบอนุญาต คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560

มาตรา 61 คำสั่งพักใช้ใบอนุญาตและคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตให้ทำเป็นหนังสือแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตทราบ ในกรณีที่แม้ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้รับใบอนุญาตไม่ยอมรับคำสั่งดังกล่าว ให้ส่งคำสั่งโดยทางไปรษณีย์ตอบรับหรือให้ติดคำสั่งนั้นไว้ในที่เปิดเผยได้ง่าย ณ ภูมิลำเนาหรือสำนักงานของผู้รับใบอนุญาต และให้ออกคำสั่งผู้รับใบอนุญาตให้ได้รับทราบคำสั่งแล้วตั้งแต่เวลาที่ส่งถึง หรือวันที่ติดคำสั่ง แล้วแต่กรณี

มาตรา 62 ผู้ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตจะต้องชะลอหรือระงับการประกอบกิจการที่ถูกสั่งพักตามใบอนุญาตนั้นให้แล้วเสร็จภายในกำหนดหนึ่งวันนับแต่วันที่ถูกสั่งพักถอนใบอนุญาต

คำวินิจฉัยและบทปรับ

มาตรา 63 ให้กระทรวงส่วนท้องถิ่นอาจออกข้อบัญญัติท้องถิ่นกำหนดค่าธรรมเนียมตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และไม่เกินอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๒๓ - คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐

มาตรา ๕๔ บรรดาค่าธรรมเนียมและค่าปรับตามพระราชบัญญัตินี้ให้เป็นรายได้ของราชการส่วนท้องถิ่น

มาตรา ๕๕ ในกรณีที่มีข้อบัญญัติท้องถิ่นกำหนดค่าธรรมเนียมสำหรับการดำเนินกิจการที่ต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามข้อบัญญัติท้องถิ่นหรือค่าธรรมเนียมสำหรับการขอรับใบอนุญาตให้ผู้แจ้งหรือผู้ขอรับใบอนุญาตจ่ายค่าธรรมเนียมตามข้อบัญญัติท้องถิ่นนั้น แต่ถ้าค่าธรรมเนียมที่กำหนดไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่นสูงกว่าค่าธรรมเนียมที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ ให้ผู้แจ้งหรือผู้ขอรับใบอนุญาตจ่ายค่าธรรมเนียมตามพระราชบัญญัตินี้

ในกรณีที่มีข้อบัญญัติท้องถิ่นกำหนดค่าธรรมเนียมสำหรับการดำเนินกิจการที่ต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามข้อบัญญัติท้องถิ่นหรือค่าธรรมเนียมสำหรับการขอรับใบอนุญาตให้ผู้แจ้งหรือผู้ขอรับใบอนุญาตจ่ายค่าธรรมเนียมตามข้อบัญญัติท้องถิ่นนั้น แต่ถ้าค่าธรรมเนียมที่กำหนดไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่นสูงกว่าค่าธรรมเนียมที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ ให้ผู้แจ้งหรือผู้ขอรับใบอนุญาตจ่ายค่าธรรมเนียมตามพระราชบัญญัตินี้ คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐

หมวด ๑๔ กฤษฎีกาธรรม

มาตรา ๒๖ ในกรณีที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีคำสั่งห้ามตามมาตรา ๒๐ มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๗ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๘ วรรคหนึ่งหรือวรรคสาม มาตรา ๔๕ มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง มาตรา ๕๕ หรือมาตรา ๕๖ วรรคสอง ซึ่งมิใช่เรื่องคำสั่งไม่อนุญาต หรือไม่อนุญาตให้อายุใบอนุญาต หรือเพิกถอนใบอนุญาตตามบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือในกรณีที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งตามมาตรา ๒๕ วรรคสอง ซึ่งมิใช่เรื่องคำสั่งไม่อนุญาต หรือไม่อนุญาตให้อายุใบอนุญาต หรือเพิกถอนใบอนุญาตตามบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ ผู้มีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อคณะกรรมการกฤษฎีกาธรรมภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง

การอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่งไม่มีผลหยุดการบังคับตามคำสั่ง เว้นแต่คณะกรรมการกฤษฎีกาธรรมจะเห็นสมควรให้มีการผ่อนการบังคับตามคำสั่งนั้นไว้ชั่วคราว

มาตรา ๒๖/๑ ให้คณะกรรมการกฤษฎีกาธรรมประกอบด้วย (๑) อธิบดีกรมอนามัย เป็นประธานกรรมการ

มาตรา ๒๖/๒ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐

``` - ๒๔ - สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(๒)

ผู้แทนกรมควบคุมมลพิษ ผู้แทนกรมปศุสัตว์ ผู้แทนกรมโยธาธิการและผังเมือง ผู้แทนกรมโรงงานอุตสาหกรรม ผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นกรรมการ

(๓)

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งโดยคำแนะนำของคณะกรรมการจากผู้มีความรู้ความสามารถ หรือประสบการณ์ในด้านการสาธารณสุขและการอนามัยสิ่งแวดล้อมต้องไม่เกินสามคน เป็นกรรมการ และให้คณะกรรมการแต่งตั้งกรรมการคนหนึ่งเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้รองอธิบดีกรมอนามัยซึ่งกรมอนามัยมอบหมายเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ และให้อธิบดีกรมอนามัยซึ่งกรมอนามัยมอบหมายเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ การแต่งตั้ง วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่ง (๓) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๑๔/๒ ให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑)

พิจารณาอุทธรณ์ข้อขัดแย้งตามมาตรา ๑๔

(๒)

มีหนังสือเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำ หรือส่งให้บุคคลดังกล่าวส่งเอกสารหรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องมาให้ภายในระยะเวลาที่กำหนด

(๓)

สอบถามข้อเท็จจริงหรือพิจารณาพยานใด ๆ เท่าที่จำเป็น เพื่อประกอบการพิจารณาอุทธรณ์

มาตรา ๑๔/๓ การประชุมของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ให้เป็นมาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๔/๒ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ๑๔/๔ ให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์พิจารณาอุทธรณ์ให้เสร็จสิ้นภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์ แล้วแจ้งคำวินิจฉัยพร้อมด้วยเหตุผลเป็นหนังสือไปยังผู้อุทธรณ์ และเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือเจ้าพนักงานสาธารณสุข แล้วแต่กรณี คำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ให้เป็นที่สุด

หมวด ๑๔

บทกำหนดโทษ

มาตรา ๑๕ ผู้ใดฝ่าฝืนกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๖ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท

มาตรา ๑๖ ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๕

มาตรา ๑๗ ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๖

มาตรา ๑๘ ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๗

```

มาตรา ๘๔/๑๐๗ ผู้ใดฝ่าฝืนกฎกระทรวงซึ่งออกตามมาตรา ๖ ในกรณีที่เกี่ยวกับข้อมูล ฝอยติดเนื้อหรือมูลฝอยที่เป็นพืชหรือมูลฝอยจากชุมชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือ ปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๘๔/๑๐๘ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานอนามัยตามมาตรา ๖๓ วรรค หนึ่ง โดยไม่มีเหตุหรือข้ออ้างอันสมควร หรือคำสั่งจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานสาธารณสุข ตามมาตรา ๖๓ วรรคสอง หรือขัดขวางหรือแสดงการกระทำอันเป็นการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน สาธารณสุข ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๘๔/๑๐๙ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการตาม มาตรา ๑๗ คณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัดหรือคณะกรรมการสาธารณสุขกรุงเทพมหานครตาม มาตรา ๑๗/๑ (๔) หรือคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามมาตรา ๒๖/๒ (๒) โดยไม่มีเหตุหรือข้ออ้าง อันสมควร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๘๔/๑๑๐ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๓ ทวิ หรือมาตรา ๓๔ ต้อง ระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่งสำเนาหนังสือกฎหมายนี้ไปยังอธิบดีโดยให้ดำเนินการปฏิบัติ ตามมาตรา ๖๓ วรรคสอง หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท ผู้ใดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสถานที่สะสมอาหารตามวรรคหนึ่ง ซึ่งมีพื้นที่ ไม่เกินสองร้อยตารางเมตร โดยไม่มีหนังสือรับรองการแจ้ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือ ปรับไม่เกินสองหมื่นห้าพันบาท

มาตรา ๘๔/๑๑๑ ผู้ใดใส่ข้อความอันเป็นเท็จลงในข้อมูลตามความในมาตรา ๒๐ (๔) มาตรา ๒๐ (๕) มาตรา ๒๕ (๔) หรือ (๕) มาตรา ๓๐ (๔) หรือ (๕) มาตรา ๔๐ (๔) หรือ (๕) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน หกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ผู้ใดใส่ข้อความอันเป็นเท็จลงในข้อมูลตามความในมาตรา ๒๔ มาตรา ๒๕ มาตรา ๒๖ หรือมาตรา ๔๐ (๔) (๕) หรือ (๖) หรือ (๗) ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๑๗/๑๖ ผู้ใดฝ่าฝืนข้อบัญญัติท้องถิ่นซึ่งออกตามความในมาตรา ๒๐ (๑) (๒) หรือ (๓) ในกรณีที่เกี่ยวกับสุขลักษณะหรือการป้องกันโรคอันเป็นพิษภัยหรืออันตรายต่อสุขภาพอนามัย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๑๗/๑๗ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วแต่กรณีมีอำนาจเปรียบเทียบตามมาตรา ๔๕ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕

มาตรา ๒๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐

มาตรา ๒๑ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา ๒๑ มาตรา ๒๖ มาตรา ๒๗ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๒๘ วรรคหนึ่งหรือวรรคสาม หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศที่ออกตามมาตรา ๒๘/๑ วรรคสอง โดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร หรือขัดขวางการปฏิบัติงานที่พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องกระทำตามมาตรา ๒๙ วรรคสอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสองหมื่นห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๒๒ เจ้าของหรือผู้ครอบครองตลาดที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา ๓๔ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินสองหมื่นห้าพันบาทตลอดเวลาที่ตลาดเปิดทำการ

มาตรา ๒๓ ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในใบอนุญาตหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา ๔๕ หรือมาตรา ๔๖ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

มาตรา ๒๔ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๘ วรรคสอง หรือฝ่าฝืนประกาศของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา ๒๕ (๒) ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

มาตรา ๒๕ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๖ หรือฝ่าฝืนประกาศของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา ๒๕ (๒) หรือข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ออกตามมาตรา ๔๓ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท

มาตรา ๒๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐

มาตรา ๒๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐

มาตรา ๒๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐

มาตรา ๒๙ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐

มาตรา ๓๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐

มาตรา ๓๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐

มาตรา ๑๗/๔ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามหนังสือเรียก หรือไม่ยอมแจ้งข้อเท็จจริงหรือไม่ส่งเอกสารหรือหลักฐาน หรือข้อความหรือไม่อำนวยสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือเจ้าพนักงานสาธารณสุข หรือผู้ได้รับแต่งตั้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา ๔๔ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๑๗/๕ ผู้ใดไม่อำนวยความสะดวกแก่เจ้าพนักงานในระหว่างที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นที่เหตุจำเป็นต้องดำเนินการ หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา ๔๔ หรือมาตรา ๔๕ วรรคสอง โดยไม่มีเหตุอันควรต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกไม่เกินวันละสองพันบาทตลอดเวลาที่ยังไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง

มาตรา ๑๗/๖ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานสาธารณสุขตามมาตรา ๔๘ วรรคสอง โดยไม่มีเหตุอันควรต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๑๗/๗ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๕๔ หรือมาตรา ๕๖ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นห้าพันบาท

มาตรา ๑๗/๘ ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๖๓ หรือมาตรา ๖๗ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นห้าพันบาท

มาตรา ๑๗/๙ ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดดำเนินกิจการในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกไม่เกินวันละสองพันบาทนับแต่วันตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน

มาตรา ๑๗/๑๐ ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดเป็นนิติบุคคล ถ้าการกระทำความผิดของนิติบุคคลนั้นเกิดจากการสั่งการหรือการกระทำของกรรมการ หรือผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้น หรือโดยการละเลยของบุคคลดังกล่าวที่จะสั่งการหรือกระทำการ หรือละเลยไม่สั่งการหรือไม่กระทำการจนเป็นเหตุให้เกิดการกระทำนั้นกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้นั้นต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น ๆ ด้วย

- แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐ - แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐ - แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๕ - แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๖๖ ```

มาตรา ๑๕๔ ให้มีคณะกรรมการเปรียบเทียบ

(๑)

ในเขตกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย ผู้แทนกรุงเทพมหานคร ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นกรรมการ และให้เจ้าพนักงานกรุงเทพมหานคร แต่ผู้ซึ่งกระทรวงมหาดไทยมอบหมายเป็นนายกองและผู้ช่วยเลขาธิการอัยการอีกไม่น้อยกว่าสองคน

(๒)

ในเขตจังหวัด ให้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด เป็นกรรมการ และให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเป็นกรรมการ และให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแต่งตั้งเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอีกไม่น้อยกว่าสองคน บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ถ้าผู้กระทำผิดพอทำไม่ควรได้รับโทษถึงจำคุก หรือไม่ควรถูกฟ้องร้อง ให้คณะกรรมการเปรียบเทียบมีอำนาจเปรียบเทียบ สำหรับความผิดที่มีโทษปรับสถานเดียว หรือเป็นความผิดที่มีโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ คณะกรรมการเปรียบเทียบอาจมอบหมายให้เจ้าพนักงานองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นหรือเจ้าพนักงานสาธารณสุขเปรียบเทียบได้ การเปรียบเทียบของคณะกรรมการเปรียบเทียบหรือเจ้าพนักงานดังกล่าว ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแห่งชาติ เมื่อผู้กระทำผิดได้ชำระเงินค่าปรับตามจำนวนที่เปรียบเทียบภายในเวลาสิบห้าวันนับแต่วันที่มีการเปรียบเทียบแล้ว ให้ถือว่าคดีเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

หมวด ๑๖

บทเฉพาะกาล

มาตรา ๑๕๕ ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการใดตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข ซึ่งถูกยกเลิกโดยพระราชบัญญัตินี้อยู่ในวันนั้นที่พระราชบัญญัตินี้บังคับและกิจการนั้นมีลักษณะ เช่นเดียวกับกิจการที่จะต้องได้รับใบอนุญาตหรือใบรับแจ้งหรือหนังสือรับรองการแจ้งตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการดังกล่าวได้รับใบอนุญาตหรือใบรับแจ้งหรือหนังสือรับรองการแจ้งตามพระราชบัญญัตินี้ แต่เมื่อผู้รับใบอนุญาตดังกล่าวประสงค์จะยกเลิกกิจการหรือดำเนินการต่อไป ผู้รับใบอนุญาตต้องดำเนินการขอรับใบอนุญาตหรือแจ้งตามพระราชบัญญัตินี้ต่อไป

มาตรา ๑๕๖ ผู้ซึ่งประกอบกิจการใดที่ต้องแจ้งและได้รับหนังสือรับรองการแจ้งตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข ซึ่งถูกยกเลิกโดยพระราชบัญญัตินี้อยู่ในวันนั้นและกิจการนั้นมีลักษณะ เช่นเดียวกับกิจการที่จะต้องได้รับใบอนุญาตหรือใบรับแจ้งหรือหนังสือรับรองการแจ้งตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ผู้ประกอบกิจการดังกล่าวได้รับใบอนุญาตหรือใบรับแจ้งหรือหนังสือรับรองการแจ้งตามพระราชบัญญัตินี้ต่อไป

```

มาตรา ๑๖ ให้ต้องประกอบกิจการได้ต่อไป แต่จะต้องมาดำเนินการแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นภายในกำหนดเวลาเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

มาตรา ๑๗ ผู้ซึ่งประกอบกิจการใดที่มิใช่เป็นกิจการที่ต้องได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขซึ่งถูกยกเลิกโดยพระราชบัญญัตินี้ แต่เป็นกิจการที่จะต้องได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พุทธศักราช ๒๕๓๕ ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ภายในกำหนดเวลาเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และในระหว่างที่ยังมิได้มีคำสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาต ให้ผู้ประกอบกิจการดำเนินกิจการต่อไปได้เสมือนหนึ่งว่าได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้แล้ว

มาตรา ๑๘ บรรดากิจการต่าง ๆ ที่กำหนดให้เป็นกิจการที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพตามมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พุทธศักราช ๒๕๓๕ และการแต่งตั้งคณะกรรมการตามมาตรา ๓๕ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พุทธศักราช ๒๕๓๕ ให้ถือว่าเป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ หรือ คณะกรรมการตามมาตรา ๓๓ หรือมาตรา ๓๕

มาตรา ๑๙ บรรดากฎกระทรวง ประกาศ ข้อบัญญัติ ข้อบัญญัติท้องถิ่น หรือคำสั่งอื่นใดที่ออกตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พุทธศักราช ๒๕๓๕ และที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ใช้บังคับต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ จนกว่าจะมีกฎกระทรวง ประกาศ ข้อบัญญัติ ข้อบัญญัติท้องถิ่น หรือคำสั่งอื่นใดที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

มาตรา ๒๐ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

สาธารณสุข (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๖ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ อานันท์ ปันยารชุน นายกรัฐมนตรี เหตุผล :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติสาธารณสุข พุทธศักราช ๒๕๓๕ และพระราชบัญญัติควบคุมการใช้จุลินทรีย์ พุทธศักราช ๒๕๔๘ ซึ่งเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับบัญญัติแก่การดำเนินงานควบคุมดูแลด้านสาธารณสุขได้ใช้บังคับมาแล้ว แม้ว่าจะได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมอีกหลายครั้งก็ตาม แต่ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาความเหมาะสมและความไม่ชัดเจนด้านหน้าที่ของผู้มีส่วนรับผิดชอบในการกำกับดูแลกิจการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสาธารณสุขได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร และยังมีปัญหาเกี่ยวกับการกำกับดูแลและป้องกันการอำนวยความสะดวกต่อมลภาวะอันอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนในปัจจุบัน ซึ่งมีความรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้นตามลำดับ อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนในปัจจุบัน ดังนั้น เพื่อให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพของสังคมในปัจจุบัน และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแลและป้องกันการอำนวยความสะดวกต่อมลภาวะอันอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน จึงสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการควบคุมดูแลด้านสาธารณสุขให้มีลักษณะการกำกับดูแลที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และรวมกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมดูแลด้านสาธารณสุขไว้เป็นฉบับเดียวกัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๔๕ ให้พระราชบัญญัติสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ ให้แก้ไขคำว่า “อธิบดีกรมควบคุมโรคติดต่อ” เป็น “อธิบดีกรมควบคุมโรค”

เหตุผล :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ ได้บัญญัติให้เฉพาะส่วนราชการซึ่งเป็นกรมโดยลักษณะกิจใหม่ ซึ่งได้มีการตราพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมการบริหารและอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม นั้นแล้ว และเนื่องจากในปัจจุบันการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติได้แสดงอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการ รัฐบาลมีรัฐมนตรีดำเนินหน้าที่ส่วนราชการที่มีความเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานในลักษณะดังกล่าวให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้อง อันเป็น เพื่อสนับสนุนให้เป็นไปตามหลักการที่กำหนดในพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม จึงสมควรแก้ไขบทบัญญัติของพระราชบัญญัติให้สอดคล้องกับการโอนอำนาจหน้าที่ เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องสามารถจัดเตรียมในการดำเนินงานโดยได้แบ่งหน้าที่กันในลักษณะของการดำเนินงานส่วนราชการในคณะกรรมการให้พิจารณาโดยคำนึงถึงความเหมาะสมของการเติมเต็มหน้าที่ของส่วนราชการในคณะกรรมการให้พิจารณาโดยคำนึงถึงความเหมาะสมของการเติมเต็มหน้าที่ของส่วนราชการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ราชการใหม่รวมทั้งตัดส่วนราชการเดิมที่มีการยุบเลิกแล้ว ซึ่งเป็นการแก้ไขให้ตรงตามพระราชบัญญัติและพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้ พระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2545 หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 กำหนดบทนิยามคำว่า “มูลฝอย” ยังไม่ชัดเจน ซึ่งทำให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องในการจัดการมูลฝอยและมูลฝอยอันตรายมีปัญหาในการปฏิบัติหน้าที่ นอกจากนี้ในเรื่องการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดการมูลฝอยอันตรายยังไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน จึงสมควรปรับปรุงบทบัญญัติในเรื่องดังกล่าว รวมทั้งปรับปรุงบทบัญญัติในเรื่องการจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสถานที่สะสมอาหารให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เพื่อให้การดำเนินการตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2560

มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา 22 ในวาระเริ่มแรก ให้คณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัดประกอบด้วยกรรมการตามมาตรา 9 (4) (a) และ (b) แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ และให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเป็นกรรมการและเลขานุการปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการตามมาตรา 9 (4) (a) และ (b) ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเป็นผู้รักษาการในตำแหน่งประธานกรรมการตามมาตรา 9 (4) (a) และ (b) ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้

มาตรา 23 ในวาระเริ่มแรก ให้คณะกรรมการสาธารณสุขกรุงเทพมหานครประกอบด้วยกรรมการตามมาตรา 9 (4) (a) และ (b) แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ และให้ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กรุงเทพมหานครเป็นกรรมการและเลขานุการปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการตามมาตรา 9 (4) (a) และ (b) ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 134 ตอนที่ 58 ก หน้า 1 วันที่ 20 มิถุนายน 2560 ประกาศ ณ วันที่ 20 มิถุนายน 2560 สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - 3 - กรรมการและเลขานุการ ปฏิบัติหน้าที่ที่คณะกรรมการสาธารณสุขกรุงเทพมหานครไปพลางก่อน ตามคำสั่งแต่งตั้งกรรมการบริหารกฎหมายตามมาตรา 37/5 (3) แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560 ทั้งนี้ ให้ถือว่ากรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ในคณะกรรมการตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย

มาตรา 4 ในการเริ่มแรก ให้คณะกรรมการการสาธารณสุขกรุงเทพมหานครประกอบด้วยกรรมการตามมาตรา 37/5 (1) และ (2) แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ และให้รองอธิบดีกรมอนามัยซึ่งรักษาราชการแทนอธิบดีกรมอนามัยเป็นกรรมการและเลขานุการ ปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการการสาธารณสุขกรุงเทพมหานครไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการบริหารกฎหมายตามมาตรา 37/5 (3) แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ให้ถือว่ากรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ในคณะกรรมการตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย

มาตรา 5 อุทธรณ์ที่ได้ยื่นและยังค้างพิจารณาอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการอุทธรณ์ตามมาตรา 37/6 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้พิจารณาให้แล้วเสร็จ

มาตรา 6 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน ทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาด้านการสาธารณสุขได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา วศิน/ผู้จัดทำ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๐ ชวัลพร/เพิ่มเติม ๒๙ มิถุนายน ๒๕๖๐